เมื่อมู่หรงหมิงเยว่ได้ยินเสียงโห่ร้องกึกก้องเหล่านั้น นางก็ไม่ได้แสดงปฏิกิริยาใดมากนัก กลับเป็นเจียงเยว่หลีที่อยู่ข้าง ๆ ซึ่งอดหัวเราะไม่ได้
“ศิษย์พี่ ตอนนี้ทุกคนต่างอยากชมฝีมือของท่าน เช่นนั้นการประลองรอบนี้ ให้ศิษย์พี่ขึ้นเถิด จะได้ให้พวกเขาเห็นความสง่างามของท่าน”
เจียงเยว่หลียิ้มพลางมองมู่หรงหมิงเยว่
มู่หรงหมิงเยว่ได้ยินดังนั้นก็พยักหน้า ไม่ได้ปฏิเสธ “ได้ เช่นนั้นศิษย์น้องก็พักผ่อนให้ดี รอบนี้ข้าจะขึ้นเอง!”
สิ้นเสียง มู่หรงหมิงเยว่ก็ทะยานขึ้นฟ้า ราวกับเทพธิดาจากเก้าชั้นฟ้าลงสู่โลกมนุษย์ มุ่งตรงไปยังลานประลอง
ความงามและท่วงท่าสง่างามไร้ผู้ใดเทียบของนางเผยออกมาอย่างเต็มที่ในชั่วขณะนี้ ทำให้หัวใจของทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้นหวั่นไหว
เมื่อคนจากยอดเขาเสวียนเยว่เห็นว่าผู้ขึ้นประลองของยอดเขากระบี่หลิงอวิ๋นคือมู่หรงหมิงเยว่ ความสิ้นหวังก็ยิ่งทวีขึ้น
เมื่อผู้ตัดสินเร่งให้ผู้ประลองทั้งสองฝ่ายเข้าประจำที่ เฉินตงหยาง ศิษย์พี่ใหญ่แห่งยอดเขาเสวียนเยว่ ก็ทำหน้าราวกับจะร้องไห้ ก่อนหันไปเอ่ยกับชายชราที่อยู่ข้างกาย
“ท่านอาจารย์ รอบแรก...ให้ศิษย์ขึ้นประลองหรือขอรับ?”
“ถ้าเจ้าไม่ขึ้น แล้วใครจะขึ้น? หรือจะให้ข้าลงมือเองหรือไร?”
ไป๋เหมยเต้าหยิน อาจารย์ของเฉินตงหยาง กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์
“แต่...แต่ฝ่ายตรงข้ามคือนักบุญหญิงหมิงเยว่ ศิษย์ย่อมสู้ไม่ได้แน่ขอรับ”เฉินตงหยางทำหน้าราวกับกำลังทุกข์ทรมาน เอ่ยเสียงเศร้า
