“แม้ไข่มุกวิญญาณต้นกำเนิดแห่งความโกลาหลจะเป็นสมบัติวิเศษเสวียนเทียน แต่ดูเหมือนกระบี่น้ำแข็งเสวียนสังหารมังกรเล่มนี้จะเหมาะกับข้ามากกว่า!”
ลั่วชิงเหยาคิดทบทวนอยู่ในใจ เมื่อตัดสินใจได้แล้ว นางก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อย ก้าวพรวดไปยังกระบี่น้ำแข็งเสวียนสังหารมังกร แล้วยื่นมือคว้าด้ามกระบี่ไว้
ทันใดนั้น ไอเย็นเสียดกระดูกพลันแผ่จากด้ามกระบี่เข้าสู่ร่างกายของนางในพริบตา ทว่าลั่วชิงเหยากัดฟันแน่น โคจรพลังวิญญาณ เริ่มหลอมศาสตราจักรพรรดิสูงสุดชิ้นนี้
เมื่อการหลอมดำเนินไป ไอเย็นบนกระบี่น้ำแข็งเสวียนสังหารมังกรก็ค่อย ๆ หลอมรวมเข้าสู่ร่างกายนาง ผิวกายเริ่มมีเกล็ดน้ำแข็งบาง ๆ ก่อตัวขึ้น ทำให้นางดูราวเทพธิดาหิมะ ทั้งเย็นชาและงดงามไร้ที่ติ
“บัดซบ! ไม่นึกเลยว่าลั่วชิงเหยาจะชิงตัดหน้าไปได้!”
บนบันไดสู่สวรรค์ หลงอ้าวเทียนเห็นกระบี่น้ำแข็งเสวียนสังหารมังกรตกอยู่ในมือลั่วชิงเหยา ก็ร้อนใจแทบคลั่ง อดสบถออกมาไม่ได้
ใบหน้าของเขาฉายชัดถึงความไม่ยินยอมและความเดือดดาล แววตาเป็นประกายด้วยความริษยา
นี่คือศาสตราจักรพรรดิสูงสุดเชียวนะ! เป็นของวิเศษที่ผู้คนทั่วหล้าใฝ่ฝัน หากได้ครอบครองสักชิ้น การเดินทางมายังจวนเซียนไท่หยวนคราวนี้ก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว
“มิน่าเล่านางถึงไม่สนใจกลิ่นอายแห่งวาสนาเหล่านั้น ที่แท้ก็คาดเดาไว้แล้วว่าบนยอดบันไดสู่สวรรค์มีสมบัติล้ำค่า!”
กู้จิ่วเกอกล่าวพลางกัดฟันกรอด แววตาเต็มไปด้วยความริษยา ในใจนึกเสียดายจนแทบขาดใจ เหตุใดตนจึงคิดไม่ถึงเรื่องนี้กันนะ
เขาคิดมาตลอดว่าลั่วชิงเหยาไม่สนใจกลิ่นอายแห่งวาสนาเหล่านั้นเพราะไม่กล้าแข่งกับพวกเขา ใครจะคิดว่านางรู้มานานแล้วว่ามีสมบัติล้ำค่าสูงสุดซ่อนอยู่บนยอดบันไดสู่สวรรค์ จึงอดทนรอคอยมาโดยตลอด
