“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้...” เย่เฉินพึมพำเบา ๆ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย เผยรอยยิ้มเปี่ยมความมั่นใจ
เขาพลันลืมตาขึ้น แววตาวาวโรจน์ด้วยความตื่นเต้น
ในที่สุดเขาก็หยั่งรู้แก่นแท้ส่วนหนึ่งของบันทึกฟันเซียนแห่งจักรพรรดิสวรรค์ไท่หยวน อิทธิฤทธิ์นี้สามารถพลิกฟ้าคว่ำปฐพีและทำลายหมื่นวิชาได้
เย่เฉินผสานมรดกจักรพรรดิสวรรค์ที่หยั่งรู้ได้เข้ากับพลังดาวจักรพรรดิของตน จากนั้นโคจรพลังวิญญาณภายในกาย ชักนำพลังดาวจักรพรรดิให้หมุนเวียนตามกฎเกณฑ์ในบันทึกฟันเซียนแห่งจักรพรรดิสวรรค์ไท่หยวน จนเกิดเป็นวงจรพลังวิญญาณอันเป็นเอกลักษณ์ภายในร่าง
เขารู้สึกราวกับร่างกายกลายเป็นภาชนะขนาดมหึมา ซึ่งสามารถรองรับพลังอันไร้ขีดจำกัดได้ ส่วนพลังดาวจักรพรรดิก็พลุ่งพล่านดุจคลื่นทะเลโหมกระหน่ำ ไหลทะยานอยู่ภายในร่างไม่หยุดหย่อน
เมื่อเย่เฉินเคลื่อนไหว มิติรอบตัวก็เริ่มแปรเปลี่ยน
มิติที่เดิมบิดเบี้ยวและแตกร้าวจากการโจมตี บัดนี้กลับค่อย ๆ สงบลง อิทธิฤทธิ์และศาสตราเทพที่พุ่งเข้าใส่เขา เมื่อเข้าใกล้ร่างก็ราวกับถูกพลังไร้รูปร่างขวางกั้น ไม่อาจรุกคืบได้แม้แต่น้อย
รัศมีสีทองจาง ๆ ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนผิวกายของเย่เฉิน ภายในแสงนั้นแฝงไว้ด้วยอำนาจและพลังแห่งจักรพรรดิสวรรค์ ทำให้ผู้คนรอบด้านสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันหนักหน่วง
เหนือศีรษะของเขา ดาวจักรพรรดิเป่ยโต่วเปล่งแสงเจิดจ้า พลังแห่งดวงดาวหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายอย่างต่อเนื่อง ผสานกับพลังวิญญาณภายในกาย ก่อเกิดเป็นพลังที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม
เย่เฉินคำรามลั่น “หมัดจักรพรรดิสวรรค์!”
เสียงคำรามนั้นประหนึ่งเสียงเทพจากยุคบรรพกาล แฝงไว้ด้วยอำนาจและพลังไร้สิ้นสุด สะเทือนฟ้าดินทั่วหล้า หมัดขวาของเขาเปล่งประกายสีทอง พุ่งเข้าใส่แสงทมิฬของเซี่ยหานอีด้วยความเร็วเหนือกาลเวลาและมิติ
หมัดนี้แฝงด้วยอานุภาพแห่งจักรพรรดิสวรรค์และประกายแสงแห่งการฟันเซียน ประหนึ่งเป็นพลังที่แข็งแกร่งที่สุดในฟ้าดิน
