ราวหนึ่งชั่วโมงต่อมา มิติภายในมหาวิหารก็พลันเกิดระลอกคลื่นประหลาด แสงสายหนึ่งวาบผ่าน ก่อนร่างของเซี่ยหานอีจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้น
การปรากฏตัวของนางดึงดูดสายตาทุกคนในทันที ความสนใจที่ผู้คนมีต่อเย่เฉินถูกเบนไปชั่วคราว แทนที่ด้วยความตกตะลึงและเคร่งขรึมที่ยากจะปิดบัง!
เซี่ยหานอีดูเหนื่อยล้าอยู่บ้าง อาภรณ์ขาวราวหิมะเปื้อนฝุ่น มีรอยขีดข่วนจากผลึกน้ำแข็งอยู่หลายแห่ง เส้นผมยุ่งเหยิง หน้าผากมีเหงื่อซึม เผยท่าทีเปราะบางออกมาอย่างชัดเจน
ทว่ากลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างของนางกลับราวกับผ่านการเกิดใหม่!
ขั้นปราชญ์แท้!
แรงกดดันที่จับต้องได้บ่งบอกว่านางได้ก้าวเข้าสู่แถวหน้าของยอดฝีมือรุ่นเยาว์แล้ว
แต่สิ่งนี้ยังไม่น่าตกใจที่สุด
รอบกายของนาง โดยเฉพาะในยามหายใจเข้าออก มีแสงเรืองรองสีฟ้าน้ำแข็งจาง ๆ แต่บริสุทธิ์อย่างยิ่งหมุนเวียนอยู่
แสงเรืองรองสีฟ้าน้ำแข็งโอบล้อมร่างนาง อัดแน่นด้วยพลังแห่งกฎเกณฑ์โบราณอันกร้าวแกร่ง เพียงสัมผัสรับรู้ ก็ทำให้ทุกคนเกิดความหวาดกลัวขึ้นจากส่วนลึกของวิญญาณ
ดาบวิญญาณมังกรใหญ่ในมือหลงอ้าวเทียนสั่นไหวขึ้นเองเล็กน้อยทันทีที่เซี่ยหานอีปรากฏตัว
รูม่านตาของเขาหดแคบลงอย่างฉับพลัน ราวกับได้เห็นเรื่องเหลือเชื่อ แววตาคมกริบที่มีอยู่เดิมยามนี้เผยความหวาดระแวงออกมาวูบหนึ่ง
เขากวาดตามองเซี่ยหานอีตั้งแต่หัวจรดเท้า พลางครุ่นคิดในใจว่า “ก่อนหน้านี้พลังของสตรีผู้นี้ก็แค่ธรรมดา เหตุใดตอนนี้...”
เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่ากลิ่นอายรอบกายเซี่ยหานอีแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมาก ไม่เพียงบรรลุถึงขั้นปราชญ์แท้เท่านั้น พลังประหลาดที่นางมีอยู่ยังทำให้แม้แต่เขา ผู้เป็นบุตรจักรพรรดิแห่งรังบรรพมังกร ยังรู้สึกกดดัน
