ลำแสงสีชาดพุ่งทะยานฝ่าห้วงดาราอันหนาวเหน็บและเงียบงัน ทิ้งหางแสงริบหรี่ไว้เบื้องหลัง ราวกับเปลวเทียนริบหรี่กลางสายลมที่พร้อมดับลงได้ทุกเมื่อ สติของเย่เฉินล่องลอยท่ามกลางความเจ็บปวดแสนสาหัสและอาการหน้ามืดจากการเสียเลือด ทุกครั้งที่ทะยานข้ามมิติ ราวกับมีดเผาไฟแดงกรีดลงบนกระดูก
ในที่สุด ภาพเบื้องหน้าของเขตดาราก็แปรเปลี่ยนไปอย่างผิดธรรมชาติ ฉากหลังอันเคยพร่างพราวด้วยธารดาราพลันมืดมัวลง แทนที่ด้วยผืนสีเหลืองหม่นอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขตและเต็มไปด้วยไอมรณะ ไม่มีดวงดาวประดับฟ้า ไม่มีคลื่นพลังวิญญาณ มีเพียงทะเลทรายรกร้างและความเงียบงันที่ดำรงอยู่ชั่วกาลนาน—ทะเลทรายรกร้างไร้พลังวิญญาณ!
เย่เฉินไม่ลังเลแม้แต่น้อย ลำแสงสีชาดพุ่งทะลวงเข้าสู่เขตแดนสีเหลืองหม่นนั้น
หึ่ง!
ความอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกเข้าปกคลุมร่างในพริบตา! ราวกับจู่ ๆ ก็จมดิ่งจากสถานที่ซึ่งอากาศปลอดโปร่งลงสู่โคลนเหนียวข้น
พลังวิญญาณในกายซึ่งเดิมก็ไหลเวียนติดขัดและใกล้เหือดแห้งอยู่แล้ว พลันถูกมือยักษ์ไร้รูปร่างบีบรัดจนหยุดนิ่ง!
แม้แต่ทะเลจิตก็หนักอึ้ง ญาณที่แผ่ออกไปราวกับติดอยู่ในบึงโคลน ทุกย่างก้าวล้วนยากลำบาก
แสงบนร่างของเขาดับวูบ ร่างทั้งร่างร่วงดิ่งจากกลางอากาศราวกับนกที่ปีกหัก!
ตูม!
ร่างกระแทกเนินทรายเย็นเยียบอย่างหนัก ก่อให้เกิดม่านทรายสีเหลืองฟุ้งกระจายขึ้นทั่วฟ้า
“แค่ก ๆ...” เย่เฉินฝืนพยุงร่างท่อนบนขึ้นมาอย่างยากลำบาก ก่อนกวาดตามองรอบด้าน
เบื้องหน้ามีเพียงทะเลทรายสีเหลืองหม่นสุดลูกหูลูกตา เนินทรายทอดตัวเป็นคลื่นราวกับคลื่นยักษ์ที่แข็งค้าง แผ่ไปจนสุดขอบฟ้าสีเทาหม่น
