ฮวาอวิ๋นเฟยเห็นเช่นนั้นก็ไม่ได้ประหลาดใจ เพราะตอนอยู่ในการทดสอบหลิงเซียว เขารู้แล้วว่าเจียงเยว่หลีเข้าใจมหาวิถีสูงสุดนี้
เขาตวัดกระบี่ยาวอีกครั้ง แสงกระบี่ดุจน้ำค้างแข็ง ปราณกระบี่แผ่ปกคลุมทั่วฟ้า ราวกับเทพธิดาโปรยบุปผา พุ่งเข้าโจมตีเจียงเยว่หลีอย่างหนาแน่น
เจียงเยว่หลีไม่กล้าประมาท รีบใช้แผนภาพหยินหยางไท่จี๋สลายการโจมตี พร้อมฉวยโอกาสโต้กลับ ทว่าการโจมตีเหล่านั้นกลับไร้ผลต่อหน้าฮวาอวิ๋นเฟยผู้แข็งแกร่ง
ยิ่งไปกว่านั้น นางต่อสู้มาแล้วสิบรอบ พลังวิญญาณในกายแทบหมดสิ้น ภายใต้การโจมตีของฮวาอวิ๋นเฟย นางจึงค่อย ๆ ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
“ศิษย์น้องเจียง ยอมแพ้เถิด”
ฮวาอวิ๋นเฟยกล่าวเสียงเรียบ
เขาย่อมมองออกว่าเจียงเยว่หลีใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว
ได้ยินเช่นนั้น เจียงเยว่หลีกลับไม่พูดอะไร
ในพจนานุกรมของนางมีเพียงสู้จนถึงที่สุด ไม่มีคำว่ายอมแพ้อยู่เลย
เห็นท่าทางดื้อรั้นของเจียงเยว่หลี ฮวาอวิ๋นเฟยก็ขมวดคิ้ว
“หรือเจ้าจะบีบให้ข้าต้องใช้ไม้ตายจริง ๆ?”
“ฮึ ใช้ไม้ตายแล้วอย่างไร?”
ได้ยินคำพูดของฮวาอวิ๋นเฟย เจียงเยว่หลีก็แค่นเสียงเย็น ดวงตาคู่งามเต็มไปด้วยแววไม่ยอมแพ้
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็อย่าหาว่าข้าไม่เตือนแล้วกัน”
“มังกรอัสนีคำรามเก้าสวรรค์!”
กล่าวจบ ฮวาอวิ๋นเฟยก็ถือกระบี่ยาว เงยหน้าคำรามก้องฟ้า มังกรเทพอัสนีขนาดมหึมาปรากฏขึ้นกลางอากาศ พ่นพลังเข้าใส่เจียงเยว่หลีด้วยอานุภาพเกรียงไกร
มังกรเทพอัสนีตัวนี้มีขนาดยาวนับพันจั้ง น่าเกรงขามอย่างยิ่ง
มันกางกรงเล็บแยกเขี้ยว แผ่แรงกดดันสะท้านฟ้าดิน
เจียงเยว่หลีเห็นเช่นนั้น แม้สีหน้าจะเคร่งขรึม แต่นางก็ยังไม่ถอย
มือหยกของนางโบกสะบัด แผนภาพไท่จี๋ปรากฏขึ้นทีละสาย ปกคลุมทั่วร่าง
