“อ๊าก——!!!”
ท่านผู้ทรงเกียรติอัสนีทัณฑ์กรีดร้องโหยหวนราวกับไม่ใช่เสียงมนุษย์ ร่างพลันเซถลาและกระเด็นถอยหลังไป!
“มือข้า! ต้นกำเนิดของข้า! อ๊าก——!”
เขาใช้มือซ้ายกุมรอยขาดที่หัวไหล่ขวาไว้แน่น เลือดสีทองหม่นพุ่งทะลักไม่หยุด ขณะที่ปราณกระบี่สีเทากัดกร่อนบาดแผล ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดและหวาดกลัวจนถึงขีดสุด แววตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวังที่ไม่อาจเชื่อได้!
ปราณกระบี่นั้นไม่เพียงฟันแขนของเขาขาด แต่ยังกัดกร่อนต้นกำเนิดของเขาอย่างบ้าคลั่ง!
เขารู้สึกได้แม้กระทั่งรากฐานแห่งวิถีของตนกำลังสั่นคลอน!
ทั่วทั้งบริเวณ!
เงียบงัน!
เงียบสนิทอย่างแท้จริง!
เสียงทั้งหมดพลันสูญหาย
สายลมหยุดพัด
เสียงคำรามของกระแสพลังปั่นป่วนหยุดลง
แม้แต่เสียงซู่ซ่าของห้วงมิติที่ซ่อมแซมตัวเองก็ยังไม่ได้ยิน
สีหน้าของทุกคนแข็งค้าง
ปากอ้ากว้าง ดวงตาเบิกโพลง ราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหินด้วยวิชาหินผนึกอันทรงพลังที่สุด
กรงเล็บมังกรที่ราชันมังกรเถื่อนฟาดออกมาค้างอยู่กลางอากาศ
แสงจากหอเทพไท่ซวีที่เทพศักดิ์สิทธิ์เทียนเสวียนเร่งเร้าหยุดชะงัก
รอยยิ้มประหลาดบนใบหน้าของราชันมารสามตาแข็งค้างไปโดยสิ้นเชิง
แววตาเย็นชาของท่านผู้ทรงเกียรติอู๋เฉินพลันไหววูบเป็นครั้งแรก
รูม่านตาของเซียนหญิงชิงเวยหดแคบ มือเรียวปิดปากอันเผยอเล็กน้อยไว้
ไกลออกไป ความเคียดแค้นและสะใจบนใบหน้าของหลงอ้าวเทียน ฉินเทียน และลี่เฟยอวี่ พลันกลายเป็นความตะลึงงันราวเถ้าถ่าน ปนความหวาดกลัวที่ฝังลึกถึงกระดูก
ดวงตาเย็นชาของลั่วชิงเหยาในยามนี้เปี่ยมด้วยความตื่นตะลึงสุดขีด
แสงดารารอบกายลั่วอู๋หยาสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เขาหลุดอุทานเสียงหลงว่า “วิชาสังหารต้องห้ามหรือ?!!!”
ผู้อาวุโสเทียนจีมองเลือดจักรพรรดิสีทองหม่นที่พุ่งทะลักจากบาดแผลแขนขาดของท่านผู้ทรงเกียรติอัสนีทัณฑ์ และเศษเสี้ยวกฎเกณฑ์ที่แตกสลาย ร่างสั่นเทาราวกับเปลวเทียนกลางสายลม ในดวงตาเหลือเพียงความหวาดกลัวไร้ที่สิ้นสุด “ข้อห้าม...เหตุและผลอันยิ่งใหญ่...หายนะอันน่าสะพรึง...เป็นจริงแล้ว...เริ่มขึ้นแล้ว...”
