“หึ่ง——!!!”
“ประตูอดีต” สีเทาบานนั้นพลันเปล่งแสงเจิดจ้าขึ้นอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน!
มิใช่คลื่นพลังปะทุ หากเป็นการแผ่ขยายของ “กลิ่นอายแห่งมรรคา” อันมิอาจพรรณนา!
ประหนึ่งตัวตนสูงสุดผู้หลับใหลมานับหมื่นยุคได้ตื่นขึ้น ณ บัดนี้ เพื่อประกาศการหวนคืนของนางต่อโลกหล้า!
วิหารเทพสูงสุดทั้งหลังส่งเสียงก้องต่ำ ๆ ประสานรับกลิ่นอายแห่งมรรคานี้!
แม้แต่แนวโคจรของดวงดาวจำลองบนเพดานก็คล้ายแปรปรวน กระแสพลังแห่งความโกลาหลที่ไหลเวียนบนผนังหยุดชะงักไปชั่วขณะ กระทั่งลูกแก้วแสงแห่งความโกลาหลกลางตำหนักยังเอียงเข้าหา “ประตูอดีต” เล็กน้อย!
รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้าจวินโม่เสียแข็งค้างในบัดดล!
ดวงตาเย็นชาที่สงบนิ่งดุจบ่อน้ำไร้คลื่นของเหยาชิงเยว่ก็หดวูบ เผยแววตื่นตะลึงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!
ภายใต้สายตาเหลือเชื่อของทั้งสอง “ประตูอดีต” พลิ้วไหวดุจม่านน้ำ ก่อนร่างหนึ่งจะก้าวออกมาจากภายในอย่างเชื่องช้า
ยังคงเป็นอาภรณ์ขาวดุจหิมะ เส้นผมดำยาวดุจสายน้ำตก และใบหน้าอันงดงามไร้ผู้ใดเทียบ
ทว่า ทุกสิ่งกลับแตกต่างไปแล้ว!
มู่หรงหมิงเยว่ยืนสงบนิ่งอยู่ตรงนั้น โดยมิได้จงใจแผ่พลังอำนาจใด ๆ ออกมา
ทว่ากลิ่นอายแห่งมรรคาที่ไหลเวียนรอบกายนางกลับหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับวิหารเทพสูงสุด กับดวงดาวบนเพดาน และกับลูกแก้วแสงแห่งความโกลาหลตรงกลาง!
นางยืนอยู่เบื้องหน้าแท้ ๆ แต่กลับให้ความรู้สึกราวกับอยู่ห่างไกลสุดขอบกาลเวลา คอยทอดมองหมื่นยุคด้วยความสง่างามน่าเกรงขาม ดวงตาลึกล้ำดุจทะเลดารา เพียงแสงวูบหนึ่งที่ไหวผ่านเป็นครั้งคราวก็ทำให้จวินโม่เสียกับเหยาชิงเยว่สั่นสะท้านถึงวิญญาณ!
กลิ่นอายขั้นว่าที่จักรพรรดิ! แม้พวกเขาจะไม่อาจประเมินขอบเขตพลังได้อย่างแม่นยำ แต่ระดับของนางเหนือกว่าขั้นแท่นเซียนและขั้นปราชญ์แท้อย่างแน่นอน ไปถึงขั้นที่พวกเขายากจะเข้าใจ!
