ศึกบนแท่นทะลวงสวรรค์สิ้นสุดลง ฝุ่นควันสงครามสงบลงแล้ว
นามเจียงเยว่หลีเปรียบดั่งดวงดาวพร่างพราว พลันผงาดขึ้นเหนือฟากฟ้าแห่งเขตดาราจื่อเวย แสงเจิดจ้าของนางบดบังยอดอัจฉริยะร่วมยุคทุกคนในชั่วพริบตา
เมื่อบัญชีสวรรค์หงเหมิงปรับปรุงรายชื่อ นางก็ทะยานขึ้นครองอันดับหนึ่งของบัญชีพลังต่อสู้ยอดอัจฉริยะในทันที ด้วยวัยเพียง 16 ปีก็เป็นราชันสวรรค์ มีกายาหงส์เซียนอมตะ เพลิงหงส์แห่งความโกลาหล และเขตแดนกระบี่ไร้เทียมทาน... เพียงสมญานามใดสมญานามหนึ่งก็เพียงพอจะสะเทือนทั่วหล้าแล้ว ยามนี้กลับรวมอยู่ในตัวนางเพียงผู้เดียว แรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นจึงดุจพายุโหมกระหน่ำไปทั่วเขตดารานับไม่ถ้วน
ทว่าเจียงเยว่หลีผู้ยืนอยู่ใจกลางพายุ เวลานี้กลับไม่รู้สึกถึงคลื่นอารมณ์ใดนัก การสะสางเหตุและผล การกำจัดมารในใจ และการเลื่อนขั้นเป็นราชันสวรรค์ สิ่งเหล่านี้มิได้นำมาซึ่งความยินดีล้นพ้น หากเป็นความสงบนิ่งอย่างที่สุดหลังทุกสิ่งสิ้นสุดลง และ...ความคิดถึงอาจารย์อย่างลึกล้ำ
หลังออกจากดินแดนบรรพชนตระกูลเจียง นางก็เดินทางข้ามห้วงมิติไปตลอดทางโดยมีว่าที่จักรพรรดินักพรตโยวและนักพรตหมิงคอยคุ้มครอง มิได้แวะพักแม้แต่น้อย มุ่งหน้าสู่ภูเขาเทพสุริยันโดยตรง
สิบกว่าวันต่อมา เทือกเขาสูงตระหง่านซึ่งถูกปกคลุมด้วยแก่นสุริยันไร้สิ้นสุด ราวกับลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิงเทพสีทองชั่วนิรันดร์ ก็ปรากฏอยู่เบื้องหน้า
หลังผ่านค่ายกลพิทักษ์รอบนอกภูเขาเทพสุริยัน ซึ่งร้อนระอุแต่หาได้แผดเผาไม่ ภาพตรงหน้าก็พลันเปิดกว้าง
ภายในภูเขาเทพมีตำหนักทอดยาวต่อเนื่องกัน ต้นไม้โบราณสูงเสียดฟ้า ธารน้ำพุวิญญาณไหลริน ทุกสิ่งแตกต่างจากภาพความร้อนระอุภายนอกอย่างสิ้นเชิง กลับเปี่ยมด้วยความสงบสุขและพลังชีวิตอันไพศาล
ผู้อาวุโสโยวและหมิงส่งเจียงเยว่หลีมาถึงเชิงยอดเขาหลัก ก่อนจะหยุดฝีเท้าลงอย่างรู้ใจกัน ร่างของทั้งสองค่อย ๆ หลอมรวมเข้าไปในเงาห้วงมิติ ทำหน้าที่ผู้พิทักษ์มรรคาต่อไป โดยไม่รบกวนการพบกันของอาจารย์กับศิษย์
