ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา หานเฟิงเฉินได้ยินเรื่องราวการกระทำของหลี่เทียนหยวนมามากมาย ดังนั้นท่าทีโอหังวางอำนาจที่เคยมีต่อหลี่เทียนหยวนจึงมลายหายไป กลับกลายเป็นระมัดระวังตัวอย่างยิ่ง
หลี่เทียนหยวนเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก ก่อนเอ่ยว่า “ฮะ ๆ ไม่มีเรื่องใหญ่อะไร เพียงอยากมาทักทายประมุขหานเท่านั้น”
“ข้าแค่อยากเตือนว่า พรุ่งนี้ก็ถึงการประลองใหญ่ของสำนักแล้ว ไม่ทราบว่าประมุขหานยังจำคำเดิมพันระหว่างเราเมื่อหนึ่งปีก่อนได้หรือไม่?”
“นี่...”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่เทียนหยวน สีหน้าของหานเฟิงเฉินก็ยิ่งกระอักกระอ่วน
แน่นอนว่าเขาจำได้ว่าก่อนหน้านี้เคยเดิมพันกับหลี่เทียนหยวนไว้ หากตนแพ้ จะมอบต้นผลชาดหมื่นปีอันเป็นสมบัติล้ำค่าของยอดเขาซั่งชิงให้แก่อีกฝ่าย แต่หากหลี่เทียนหยวนแพ้ เขาก็จะได้รับสมบัติล้ำค่าของยอดเขากระบี่หลิงอวิ๋นจากอีกฝ่าย
เพียงแต่ตอนนั้นเขาเห็นว่าอีกฝ่ายมีระดับการบำเพ็ญต่ำต้อย จึงไม่เคยเห็นอีกฝ่ายอยู่ในสายตา ทั้งยังวางท่าโอหัง
แต่คาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะกลายเป็นยอดฝีมือผู้ยิ่งใหญ่ภายในเวลาเพียงหนึ่งปี ทั้งยังพูดคุยหัวเราะกับประมุขเก้ายอดเขาชั้นบนได้อย่างสนิทสนม
ยิ่งไปกว่านั้น ยังได้รับความโปรดปรานจากเจ้าสำนัก และรับนักบุญหญิงหมิงเยว่เป็นศิษย์ ทำให้ความมั่นใจของเขาดิ่งลงสู่ก้นเหวในพริบตา
เขาอยากรู้นักว่าอีกฝ่ายใช้วิธีใดกันแน่ ถึงได้พัฒนาขึ้นอย่างน่าหวาดหวั่นเช่นนี้!
“ดูท่าประมุขหานยังจำได้ เช่นนั้นก็ดี!”
หลี่เทียนหยวนยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก พูดจบก็เดินจากไปทันที
แท้จริงแล้ว ต้นผลชาดหมื่นปีต้นหนึ่งหาได้มีค่าอะไรสำหรับเขาในตอนนี้ไม่ แต่ท่าทีของอีกฝ่ายเมื่อหนึ่งปีก่อนยังติดตรึงอยู่ในความทรงจำ เขาจึงฉวยโอกาสนี้ทำให้อีกฝ่ายอึดอัดเสียหน่อย
