หลี่เทียนหยวนยิ้มบาง ๆ กล่าวอย่างเฉยชา “หึ ในเมื่อข้าพาเสี่ยวจินมาที่นี่ ย่อมมีวิธีรับมือกับผู้อาวุโสใหญ่ ส่วนจะใช้วิธีใด เรื่องนี้ไม่ต้องให้ท่านเป็นกังวล”
ตอนนี้เขาไม่อยากเสียเวลาพูดกับจินหลิงอีกแล้ว หากอีกฝ่ายยังคงรบเร้า เขาก็ไม่รังเกียจที่จะสะกดข่มนางเสียเดี๋ยวนั้น
ก็แค่ผู้บำเพ็ญขั้นปราชญ์แท้คนหนึ่ง ในสายตาคนทั่วไป นางอาจเป็นยอดฝีมือสูงส่งที่ไม่มีใครกล้าล่วงเกิน แต่ในสายตาหลี่เทียนหยวน อีกฝ่ายอ่อนแอเสียยิ่งกว่ามดปลวก
ที่เขายอมพูดกับนางมากมายถึงเพียงนี้ ก็เพราะเห็นแก่เสี่ยวจินทั้งสิ้น
“ฮึ เจ้าอย่ามาทำลึกลับอยู่ตรงนี้ ข้าไม่สนว่าเจ้าจะทำอย่างไร วันนี้ข้าต้องพาเสี่ยวจินไปให้ได้ หากรู้จักเจียมตัว ก็รีบถอนสัญญาสัตว์วิญญาณกับเสี่ยวจินเสีย”
จินหลิงแค่นเสียงเย็นชา
ดูเหมือนนางจะเป็นห่วงความปลอดภัยของเสี่ยวจินจริง ๆ หลังกล่าวจบจึงกำหมัดทั้งสองข้าง พลังวิญญาณรอบกายพลุ่งพล่าน เตรียมลงมือกับหลี่เทียนหยวนอีกครั้ง
ทว่าในตอนนั้นเอง หน่วยองครักษ์ที่กำลังลาดตระเวนพบความเคลื่อนไหวทางนี้ จึงรีบตรงเข้ามา
องครักษ์กลุ่มนี้มีราวสิบกว่าคน ทุกคนสวมเกราะศึกสีแดงชาด แผ่กลิ่นอายสังหารเข้มข้น ทรงอำนาจน่าเกรงขาม
เดิมทีพวกเขาตั้งใจจะคารวะจินหลิง แต่เมื่อหันไปเห็นเสี่ยวจิน ต่างก็เผยสีหน้าตื่นตะลึงอย่างยิ่ง คนหนึ่งถึงกับหลุดปากร้องออกมา “จินหยาง… องค์ชายหรือ?”
