“ยังต้องใช้กุญแจอีกสี่ดอก!” ใครคนหนึ่งตะโกนขึ้น
“กุญแจอยู่ในมือผู้ใด?”
ทุกคนมองหน้ากันไปมา ก่อนจะพากันถกเถียงเสียงเซ็งแซ่
ในจังหวะนั้นเอง จี๋ฉางคงก้าวออกมาอย่างสงบนิ่ง มือประคองยันต์โบราณทองแดงเขียวชิ้นหนึ่งซึ่งดูธรรมดา ทว่ามีเต๋าอันแผ่วเบาแผ่ซ่านออกมา
เมื่อเขานำยันต์โบราณเข้าใกล้ร่องเว้าอีกร่องหนึ่ง ร่องเว้านั้นก็เกิดปฏิกิริยาขึ้นทันที
“ตระกูลจี๋ของข้าได้สิ่งนี้มาโดยบังเอิญ ดูท่าจะเป็นหนึ่งในกุญแจเช่นกัน” จี๋ฉางคงกล่าวอย่างเรียบเฉย
“ฮ่า ๆ! นี่ใช่หรือไม่?”
กู่เฉินซาหัวเราะลั่น พลางหยิบป้ายเหล็กสีดำมืดที่สลักตราเผ่าดึกดำบรรพ์ออกมา ร่องเว้าที่สามพลันสว่างขึ้นจริงดังว่า
นายน้อยจากหอเทียนหลิงอันเก่าแก่ในจงโจว หยิบใบไม้ชิ้นหนึ่งออกมา ใบนั้นแผ่ไอชีวิตเข้มข้น ราวกับแกะสลักจากหยกมรกต
เจียงเยว่หลีสัมผัสได้ว่าภายในแหวนเฉียนคุนตรงปลายนิ้ว กระถางดาราทะลวงฟ้าที่ได้มาจากตำหนักซ่อนดารา กำลังแผ่ความร้อนระอุและสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
นางเข้าใจในใจ จึงไม่ปิดบังอีกต่อไป เพียงขยับความคิด กระถางใบเล็กสามขาสองหูที่สลักหมู่ดาวทั่วฟ้าไว้ก็พุ่งออกจากแหวนเฉียนคุน ลอยอยู่เบื้องหน้านาง เปล่งประกายดาราพร่างพราย เข้ากับร่องเว้ารูปกระถางสามขาใบสุดท้ายบนประตูใหญ่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ!
กุญแจทั้งห้าครบแล้ว!
“อะไรนะ?! นาง...นางมีกุญแจอยู่ในมือด้วยหรือ?!”
ฝูงชนฮือฮา สายตาทุกคู่พลันจับจ้องไปยังเจียงเยว่หลี เปี่ยมด้วยความตกตะลึง การพินิจพิจารณา และความละโมบที่ไม่คิดปิดบัง
ดวงตาของเจียงหลานแดงก่ำขึ้นมาทันที! นังหญิงสารเลวนี่อีกแล้ว! เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้?!
กระถางใบน้อยนั้นมองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่ของธรรมดา ระดับของมันอาจสูงกว่าเข็มทิศของนางเสียด้วยซ้ำ!
