ทว่าในชั่วขณะที่หอคอยหมื่นปีศาจกำลังจะร่วงหล่น มือมารกำลังจะสัมผัส และกรงเล็บมังกรกำลังจะคว้าถึง—
ภายในหอ พลันมีเสียงสงบนิ่งแต่แฝงไว้ด้วยบารมีอันสูงส่งไร้ผู้ใดเทียมดังออกมา
เสียงนั้นไม่ดังนัก ทว่ากลับก้องชัดอยู่ในส่วนลึกของดวงวิญญาณทุกคนในสนามรบ ประหนึ่งสุรเสียงแห่งวิถีสวรรค์ ซึ่งมิอาจขัดขืน
“วันนี้ช่างครึกครื้นเสียจริง”
สิ้นเสียง คลื่นพลังไร้รูปร่างสายหนึ่งก็แผ่กระจายออกมาจากภายในหอ
คลื่นพลังนั้นดูอ่อนโยนดุจสายลมวสันต์พัดผ่านใบหน้า ทว่าทุกแห่งที่มันแผ่ไป กาลมิติกลับหยุดนิ่ง กฎเกณฑ์ชะงักงัน
“หึ่ง—”
หอคอยหมื่นปีศาจหยุดค้างกลางอากาศ ห่างจากประตูหอเพียงสามจั้ง ทว่ากลับไม่อาจร่วงลงไปได้แม้แต่น้อย
มือมารนับร้อยล้านหยุดนิ่งอยู่ในเงามืด ราวกับรูปสลักสีดำที่ถูกแช่แข็ง
กรงเล็บมังกรของจักรพรรดิมังกรเผาสวรรค์แข็งค้างอยู่ในห้วงมิติ แม้แต่ปราณความโกลาหลที่พันอยู่รอบกรงเล็บมังกรก็หยุดเคลื่อนไหว
ราวกับห้วงเวลาหยุดนิ่งลงในชั่วขณะนี้
ไม่สิ มิใช่ห้วงเวลาหยุดนิ่ง
แต่เป็นมหาวิถีที่แฝงอยู่ในคลื่นพลังนั้น ซึ่งอยู่เหนือการโจมตีของมหาจักรพรรดิทั้งสาม ใช้กฎเกณฑ์ในระดับที่สูงกว่า สะกดการโจมตีของพวกเขาไว้โดยพลัน!
“นี่...นี่คือพลังอันใด?!” ดวงตาของจักรพรรดิมังกรเผาสวรรค์หดแคบลงเป็นครั้งแรกที่แววหวาดผวาปรากฏในดวงตามังกร
เขารู้สึกว่ากรงเล็บมังกรของตนติดอยู่ในหล่มไร้รูปร่าง ต่อให้เร่งเร้าพลังจักรพรรดิอย่างไรก็ไม่อาจขยับได้แม้แต่น้อย
ที่น่าหวาดหวั่นยิ่งกว่าคือ เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าบารมีมหาจักรพรรดิจากเงาร่างภายในหอกำลังเพิ่มสูงขึ้นด้วยความเร็วอันน่าสะพรึง!
บารมีมหาจักรพรรดินั้นบริสุทธิ์ เก่าแก่ และสูงส่งไร้ผู้ใดเทียม ประหนึ่งผู้ปกครองหมื่นพิภพแห่งสวรรค์ เป็นผู้สูงสุดแห่งจักรวาลและฟ้าดิน อยู่เหนือกฎเกณฑ์ทั้งปวงและหลุดพ้นจากกาลมิติ
“เป็นไปไม่ได้! เขายังไม่ผ่านทัณฑ์สวรรค์แท้ ๆ เหตุใดจึงมีบารมีมหาจักรพรรดิบริสุทธิ์ถึงเพียงนี้?!” เศียรทั้งเจ็ดของมหาจักรพรรดิหมื่นปีศาจคำรามพร้อมกัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
