“เจ้าหนุ่มนี่มีพลังบำเพ็ญต่ำต้อยถึงเพียงนี้ ไม่คู่ควรจะครอบครองตราราชโองการเซียนไท่หยวนเลย หากชิงตราราชโองการเซียนมาได้ ข้าก็จะเข้าไปในจวนเซียนไท่หยวน บางทีอาจได้รับวาสนาอันยิ่งใหญ่ จากนั้นก็ทะยานขึ้นสู่ฟ้าได้ในคราเดียว!”
ผู้บำเพ็ญคนหนึ่งซึ่งมีใบหน้าท่าทางชวนคลื่นเหียนเอ่ยเสียงเบากับสหายข้างกาย แววตาเปี่ยมด้วยความโลภ
“แต่รอบด้านล้วนมีผู้แข็งแกร่งจากขุมอำนาจต่าง ๆ ทั้งยังมีอัจฉริยะไร้เทียมทานอยู่มากมาย พวกเราจะมีโอกาสลงมือได้อย่างไร?” สหายเอ่ยอย่างกังวล
“กลัวอะไร! รอหาโอกาสเหมาะ ๆ แล้วค่อยลงมือท่ามกลางความโกลาหล ขอเพียงเคลื่อนไหวให้ไว หลังชิงตราราชโองการเซียนมาได้ก็หนีทันที พวกเขาอาจไล่ตามพวกเราไม่ทันก็ได้”
ผู้บำเพ็ญท่าทางชวนคลื่นเหียนกัดฟันแน่น สีหน้าราวกับตัดสินใจเดิมพันหมดหน้าตัก
มิใช่เพียงผู้บำเพ็ญเหล่านี้เท่านั้น แม้แต่ขุมอำนาจที่แข็งแกร่งบางแห่งก็เริ่มเคลื่อนไหวอย่างกระสับกระส่าย
ผู้อาวุโสคนหนึ่งจากสำนักมารสุดขั้วซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางฝูงชน สายตาจับจ้องตราราชโองการเซียนไท่หยวนในมือเย่เฉินไม่วาง แววตาเผยความละโมบออกมา
เดิมทีพวกเขาคิดว่าเมื่อประมูลตราราชโองการเซียนไท่หยวนไม่ได้ สำนักมารสุดขั้วคงไร้วาสนากับจวนเซียนไท่หยวนครานี้แล้ว ใครจะคิดว่าจู่ ๆ จะมีผู้บำเพ็ญอิสระปรากฏตัวขึ้น นี่ช่างเป็นโอกาสที่สวรรค์ประทานมาให้โดยแท้
ในเวลาเดียวกัน ยอดฝีมือจากเผ่าสิงโตทองเก้าเศียรแห่งเผ่าโบราณกาลก็ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด สายตาของพวกเขาจับจ้องเย่เฉินเช่นกัน
ในสายตาพวกเขา ผู้บำเพ็ญระดับต่ำต้อยอย่างเย่เฉินไม่คู่ควรจะครอบครองตราราชโองการเซียนไท่หยวน มีเพียงเผ่าโบราณกาลเท่านั้นที่คู่ควรได้รับวาสนาในจวนเซียนไท่หยวน
