เซี่ยหานอีได้ยินดังนั้นก็พลันได้สติกลับคืนมา
แววลังเลวูบผ่านดวงตาของนาง ทว่าครู่เดียวก็ถูกแทนที่ด้วยความแน่วแน่
นางรู้ว่านี่อาจเป็นโอกาสเดียวของพวกเขา หากพลาดไป ก็ไม่มีทางหนีรอดอีกแล้ว
เซี่ยหานอีไม่ลังเลอีกต่อไป รีบอัญเชิญกระบี่เทพตะวันจันทราออกมา แสงตะวันและจันทราส่องประสานบนตัวกระบี่ แผ่กลิ่นอายลี้ลับและทรงพลังออกมา
“ทะลวง!”
เซี่ยหานอีตวาดเสียงหวาน มือทั้งสองประสานผนึกอย่างรวดเร็ว ก่อนเร่งกระบี่เทพตะวันจันทราฟันไปยังมุมหนึ่งของเขตแดนจักรพรรดิ
กระบี่เทพตะวันจันทราระเบิดแสงกระบี่ยาวนับพันจั้งในพริบตา แสงกระบี่แฝงพลังแห่งตะวันจันทรา คมกริบไร้ที่สิ้นสุด ฟันเข้าใส่เขตแดนจักรพรรดิอย่างรุนแรง หมายฉีกช่องทางหนีเอาชีวิตรอด
“หึ!”
เศษวิญญาณจักรพรรดิสวรรค์ไท่หยวนแค่นเสียงเย็น เสียงนั้นคล้ายดังมาจากเก้าแดนยมโลก เปี่ยมด้วยอำนาจและความดูแคลนอย่างไร้ขอบเขต
เขาไม่แม้แต่จะหันกลับมา เพียงสะบัดฝ่ามือฟาดไปทางเซี่ยหานอีอย่างส่งเดช
ฝ่ามือนี้ดูเรียบง่ายไร้พิษภัย ทว่ากลับแฝงพลังทำลายฟ้าดิน
ทุกแห่งที่ตราฝ่ามือผ่าน มิติพลันบิดเบี้ยว อากาศส่งเสียงหวีดแหลม ราวกับถูกมือไร้รูปร่างบีบอัดอย่างหนัก
เซี่ยหานอีรู้สึกได้ถึงแรงกดดันอันน่าสะพรึงพุ่งเข้าปะทะ ราวกับขุนเขาสูงตระหง่านถาโถมทับร่าง
ใบหน้าของนางซีดเผือดในทันใด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวัง
นางรีดเร้นพลังวิญญาณสุดกำลัง หวังต้านทานฝ่ามือนี้ ทว่าพลังของนางต่อหน้าเศษวิญญาณจักรพรรดิสวรรค์ไท่หยวน ไม่ต่างจากมดเขย่าต้นไม้ ช่างเล็กน้อยเกินกว่าจะกล่าวถึง
ในชั่วขณะที่ตราฝ่ามือกำลังจะกระแทกร่าง หยกพกที่เอวของเซี่ยหานอีก็พลันเปล่งแสงเจิดจ้า
