เย่เฉินไม่ลังเลแม้แต่น้อย รีบเปลี่ยนทิศทางแล้วใช้เคล็ดอักษรสิงพุ่งไปยังกลิ่นอายแห่งวาสนาระดับหก
ร่างของเขาพุ่งราวกับลำแสง ความเร็วถึงขีดสุด เพียงชั่วพริบตาก็มาถึงขอบวงต่อสู้ของทั้งสี่คน
ขณะนี้เซียวเสวียนกับฉินเทียนกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด การโจมตีของทั้งสองผลัดกันรุกผลัดกันรับ ไม่มีใครยอมใคร
ส่วนลี่เฟยอวี่กำลังปะทะกับหลี่เทียนกัง ทั้งสองมีพลังสูสีกัน การต่อสู้จึงตกอยู่ในทางตัน
เมื่อเห็นทั้งสี่คนกำลังต่อสู้อย่างดุเดือดจนไม่มีเวลาสนใจสิ่งอื่น เย่เฉินก็สูดหายใจลึก โคจรพลังแห่งดวงดาวภายในกาย แล้วใช้เคล็ดอักษรสิงในเคล็ดเก้าอักษรเร้นลับ
ชั่วพริบตานั้น รอบกายของเขาราวกับก่อเกิดเป็นอาณาเขตพิเศษที่บิดเบือนทั้งกาลเวลาและมิติ เขาหลบเลี่ยงแรงปะทะจากการต่อสู้ของทั้งสี่ได้อย่างแยบยล คลื่นพลังอันแข็งแกร่งเฉียดผ่านร่างไป ทว่ากลับไม่อาจทำอันตรายเขาได้แม้แต่น้อย
ขณะที่ทั้งสี่กำลังต่อสู้กันอย่างสูสี เย่เฉินก็ไปถึงกลิ่นอายแห่งวาสนาแล้ว
เขายื่นมือออกไปคว้ากลิ่นอายแห่งวาสนาไว้ในมือทันที ปลายนิ้วเพิ่งสัมผัสมัน พลังเย็นสายหนึ่งก็ไหลผ่านแขนเข้าสู่ร่างกาย
เย่เฉินรู้สึกได้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ที่พลุ่งพล่านอยู่ภายใน เส้นลมปราณ กระดูก และเลือดเนื้อของเขาต่างกำลังแปรเปลี่ยนอย่างน่าอัศจรรย์ภายใต้การหล่อเลี้ยงของพลังสายนี้
“แย่แล้ว! มีคนชิงกลิ่นอายแห่งวาสนาไป!”
เซียวเสวียนพบการเคลื่อนไหวของเย่เฉินเป็นคนแรก สีหน้าของเขาพลันเขียวคล้ำ ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธ
