“นี่...นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
จินหลิงเบิกตากว้าง จ้องภาพเบื้องหน้าด้วยสีหน้าตื่นตะลึง อ้าปากค้างจนแทบจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้ทั้งฟอง
นางไม่เคยคาดคิดเลยว่าเงาของบรรพชนเผ่าสุริยันจะหลอมรวมเข้าไปในร่างของอีกาทองตัวน้อยด้วยตัวเอง เรื่องนี้ช่างเหลือเชื่อยิ่งนัก
“โฮก!”
เมื่อเงาของบรรพชนสุริยันถูกดูดเข้าไปในร่าง แสงสว่างพลันเปล่งประกายเจิดจ้ารอบกายเสี่ยวจิน พลังอันแข็งแกร่งปะทุออกมาจากภายในร่าง จนมิติรอบข้างถูกกดดันให้บิดเบี้ยว
ทันใดนั้น เสี่ยวจินก็ส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ร่างพลิกดิ้นไปมาอยู่กลางอากาศ ราวกับกำลังทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส
ขนของมันเริ่มร่วงหล่น บนร่างปรากฏรอยแตกร้าวเป็นทาง เลือดไหลซึมออกจากบาดแผล หยดลงบนพื้นพร้อมเสียงฉ่า ก่อนจะระเหยไปด้วยความร้อนสูงในพริบตา
“องค์ชาย!”
เมื่อเห็นเช่นนั้น จินหลิงก็หน้าถอดสี รีบบินไปหาเสี่ยวจินเพื่อดูอาการ
ทว่าในจังหวะที่นางเข้าใกล้เสี่ยวจิน จู่ ๆ ก็มีไอพลังอันแข็งแกร่งระเบิดออกจากร่างของมัน กระแทกนางจนถอยร่นไปหลายก้าว
“อย่าเพิ่งตื่นตระหนก!”
หลี่เทียนหยวนยื่นมือห้ามจินหลิง
เขาเงยหน้ามองอีกาทองตัวน้อยที่ลอยอยู่กลางอากาศ รูม่านตาหดแคบ ก่อนเอ่ยเสียงขรึมว่า “เสี่ยวจินกำลังแปรสภาพ อย่าไปรบกวนเขา”
แปรสภาพ? แปรอะไรหรือ?
จินหลิงชะงักงัน นางยังตั้งตัวไม่ทัน
“เมื่อครู่เสี่ยวจินดูดซับพลังจากเงาสุริยันไป ตอนนี้กำลังหลอมรวมพลังนั้นเพื่อแปรสภาพให้สมบูรณ์!” หลี่เทียนหยวนกล่าวต่อ
สิ้นเสียงของเขา จินหลิงก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
