อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ เขาเห็นว่าทั้งสองมีฝีมือไม่เลว อย่างไรก็เป็นถึงว่าที่ราชันสวรรค์ หากรับมาอยู่ใต้อาณัติ ก็เท่ากับมีขุนพลชั้นยอดเพิ่มขึ้นสองคน
วันหน้าหากมีเรื่องใดที่ไม่อาจเปิดเผยต่อผู้อื่น ก็ยังสั่งให้ทั้งสองไปจัดการได้
“เอาละ ต่อไปพวกเจ้าทั้งสองทำงานใต้บัญชาข้า ไม่ต้องเกร็งจนเกินไป ข้าชอบผูกมิตรกับผู้คนมาแต่ไหนแต่ไร”
หลี่เทียนหยวนมองท่าทีหวาดหวั่นของทั้งคู่ ก่อนจะยิ้มบาง ๆ แล้วกล่าว
เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่เทียนหยวน มุมปากของนักพรตโยวกับนักพรตหมิงก็กระตุกพร้อมกัน
ชอบผูกมิตรกับผู้คนหรือ?
ท่านกำลังล้อพวกเราเล่นกระมัง?
ถ้าท่านชอบผูกมิตรกับผู้คนจริง แล้วเหตุใดจึงประทับตราวิญญาณลงในร่างของพวกเราทั้งสอง?
เมื่อมองรอยยิ้มบนใบหน้าของหลี่เทียนหยวน หากไม่รู้จักเขามาก่อน คงคิดว่าเขาเป็นคนใจดีมีเมตตา ทว่าทั้งสองรู้ดีว่าเขาคือคนโหดเหี้ยมผู้หนึ่ง
แม้ในใจจะลอบตำหนิหลี่เทียนหยวนอยู่บ้าง แต่ทั้งคู่ก็ไม่กล้าเอ่ยออกมา เพียงกล่าวอย่างนอบน้อมว่า “ขอรับนายท่าน พวกข้าน้อยจะปฏิบัติตามคำสั่ง”
“ไม่ต้องเรียกข้าว่านายท่าน ฟังแล้วชวนให้รู้สึกแปลก ๆ ข้าเป็นประมุขแห่งยอดเขากระบี่หลิงอวิ๋นของดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลิงเซียว เมื่อพวกเจ้าติดตามข้า ก็ถือเป็นคนของยอดเขากระบี่หลิงอวิ๋น ต่อไปเรียกข้าว่าประมุขเถิด”
หลี่เทียนหยวนโบกมือพลางกล่าว
“ขอรับ ประมุข”
เมื่อได้ยินคำของหลี่เทียนหยวน นักพรตโยวกับนักพรตหมิงก็รีบขานรับ
