เมื่ออยู่ต่อหน้าธรรมชาติ มนุษย์ช่างเล็กจ้อยเหลือเกิน!
ตอนนี้เฉินต้าซานหมดเรี่ยวแรงแล้ว
แม้จะพยายามฝืนประคองร่างกายไว้ด้วยแรงใจที่อยากมีชีวิตรอดอย่างเต็มที่ แต่ทุกอย่างก็ไร้ประโยชน์
ในที่สุด…
เพี๊ยะ!
เสียงเบา ๆ ดังมาจากใต้หน้าผา ราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสก ๆ กระแทกเข้าใส่หัวใจของสองพี่น้องหลี่ต้าจู้เต็มแรง!
พวกเขากำลังพยายามหาทางช่วยเฉินต้าซานสุดชีวิต แต่กลับได้แต่มองเชือกเส้นหลักที่ขาดสะบั้นดีดกลับมาหาพวกเขาราวกับม้าป่าที่หลุดจากบังเหียน ส่งผลให้ทั้งคู่ซึ่งกำลังออกแรงดึงเชือกเต็มที่หงายก้นนั่งลงกับพื้น
เมื่อพวกเขาลนลานคลานกลับไปที่ขอบหน้าผาแล้วก้มมองลงไปอีกครั้ง ปลายเชือกอีกด้านก็แกว่งไกวร่วงลงสู่ก้นผาไปแล้ว
ลมหายใจของสองพี่น้องขาดห้วงไปชั่วขณะ สมองว่างเปล่าในพริบตา!
“พี่…พี่ต้าซาน…”
“เฉินต้าซาน พูดสิ! นายจงใจแกล้งทำให้ตกใจใช่ไหม?”
หลี่ต้าจู้ตะโกนจนเสียงแหบแห้ง คลานปัดเป๋ไปคว้าเชือกสำรองที่อยู่ข้าง ๆ ในใจยังคงมีความหวังริบหรี่
ครั้งหนึ่ง สองครั้ง…
เชือกเบาหวิว!
เขาไม่รู้สึกถึงน้ำหนักใด ๆ เลย!
ความโศกเศร้าและหวาดกลัวเข้าปกคลุมสองพี่น้องในทันที สมองที่ว่างเปล่าอยู่แล้วจึงไม่อาจคิดอะไรได้อีก!
ขาทั้งสองข้างของหลี่เอ้อร์จู้พลันอ่อนยวบ เขาทรุดลงบนพื้นหิมะ ชี้ไปยังเชือกสำรองที่แกว่งสะเปะสะปะอยู่กลางลม พลางร่ำไห้จนน้ำตาน้ำมูกไหลพราก “พี่ต้าซาน…พี่ต้าซานไม่อยู่แล้ว!”
ดวงตาของหลี่ต้าจู้แดงก่ำ น้ำตาไหลไม่หยุดเช่นกัน!
เขายังพอฝืนประคองสติไว้ได้บ้าง จึงหมอบลงตรงยอดผาแล้วตะโกนลงไปอีกพักหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจฉุดหลี่เอ้อร์จู้ให้ลุกขึ้นทันที “เอ้อร์จู้ ฟังฉันนะ รีบลุกขึ้น!”
“พี่ต้าซานดวงแข็ง ไม่เป็นอะไรไปง่าย ๆ หรอก!”
“รีบกลับหมู่บ้านไปตามคนมาช่วย ฉันจะอยู่ที่นี่แล้วลงไปดูที่ตีนเขา!”
