หัวใจของเฉินต้าซานกระตุกวูบ รอยยิ้มบนใบหน้าพลันแข็งค้าง
เขาหัวเราะแห้ง ๆ สองครั้ง พยายามกดจ้าวฮุ่ยหลานให้กลับลงไปนอนในผ้าห่ม
แต่จ้าวฮุ่ยหลานกลับนั่งนิ่งดื้อดึง แววตาเต็มไปด้วยความน้อยใจและผิดหวัง “คุณเคยพูดแล้วว่าเราเป็นสามีภรรยากัน!”
“ในเมื่อเป็นสามีภรรยากัน ไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไร เราก็ต้องรับมือด้วยกันสองคน ไม่ใช่ให้คุณแบกรับอยู่คนเดียว!”
เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย คล้ายสะอื้น “ตั้งแต่คุณกลับมาเมื่อคืน ฉันก็รู้แล้วว่าคุณมีเรื่องผิดปกติ วันนี้ยังพาพี่ต้าซานกับคนอื่น ๆ มาฟั่นเชือกป่านตั้งมากมาย คิดจะปิดบังฉันแล้วแอบไปทำอะไรสักอย่าง เรื่องนั้นต้องไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่!”
“ฉันเป็นภรรยาคุณนะ ถ้ามีเรื่องอะไรแล้วไม่ปรึกษาฉันเลย คุณคิดว่าฉันจะรู้สึกยังไง?”
เฉินต้าซานถอนหายใจ รู้ว่าคงปิดบังต่อไปไม่ได้แล้ว!
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ กดจ้าวฮุ่ยหลานให้นอนลงในผ้าห่ม จากนั้นจึงเอ่ยขึ้นช้า ๆ “เรื่องนี้ต้องเริ่มเล่าตั้งแต่ตอนที่ฉันจับพวกโจรกระจอกบนรถโดยสารก่อน...”
แม้เขาจะพยายามเล่าอย่างเรียบง่าย ทั้งยังตัดรายละเอียดไปไม่น้อย แต่จ้าวฮุ่ยหลานก็ยังใจเต้นขึ้นลงอย่างรุนแรงไปตามเรื่องที่ได้ฟัง
พอได้ยินว่าเขาไปอำเภอครั้งนี้แล้วถูกนักเลงกว่าสิบคนล้อมไว้ในตรอกเล็ก ๆ จ้าวฮุ่ยหลานก็ตื่นเต้นจนแทบหยุดหายใจ
พอได้ฟังว่าเขาไป “เยี่ยมถึงที่” ใช้ “ประทัดหนูดิน” เพียงห่อเดียวก็ทำเอาคนใจเหี้ยมยอมก้มหัวให้ เธอก็อดหัวเราะคิกคักไม่ได้
ในแววตาที่มองเฉินต้าซานยังมีความภาคภูมิใจและเลื่อมใสอยู่หลายส่วน
แต่เมื่อเฉินต้าซานบอกว่าจะไปเก็บหญ้าสือหวงที่ผาอิงจื่อ เพื่อแก้ปัญหานี้ให้สิ้นซาก สีหน้าของเธอก็ซีดเผือดลงทันที ก่อนจะผุดลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง
