อีกฟากหนึ่ง เติ้งเจี๋ยได้รับข่าวเร็วขึ้นมาไม่ช้อื่น ใบหน้าเผยสีสับสน
“พวกนี้บ้าแล้วหรือยังไง? หรือว่าคิดว่าพี่มั่วยกมีดไม่ไหวแล้ว ถึงได้กล้าลงมือกับผู้เล่นหัวเซี่ยแบบโจ่งแจ้งขนาดนี้?”
“คงเพราะประธานกดดันพวกเขาหนักเกินไป พวกมันไม่อยากเห็นหัวเซี่ยลุกขึ้นมา จึงรวมหัวกันมากดทับหัวเซี่ย” พี่หูเอ่ยขึ้น
“ก็เป็นไปได้ ในเมื่อหมาร้อนตัวมันยังกระโดดข้ามกำแพงเลย แต่พวกมันน่าจะรู้ดีว่าทำแบบนี้ต้องทำให้ประธานโกรธแน่นอน พวกมันเตรียมตัวรับความพิโรธของประธานจริงหรือ?” หม่า จือไป่ ถามด้วยความไม่เข้าใจ
“อาจเพราะพวกมันคิดว่าประธานคนเดียวเปลี่ยนสภาพสงครามไม่ได้ หรือไม่ก็มีวิธีรับมือประธานแล้ว ถึงได้มั่นใจตัวเองขนาดนี้” เฉินซือหนิงวิเคราะห์
“ไม่ใช่ว่าพวกมันยังคิดว่ายุทธวิธีฝีมนุษย์ทะเลใช้กับพี่ม่วกได้อีกเหรอ?”
“ไม่รู้ แต่เนื่องจากพวกมันกล้าลงมือแบบโจ่งแจ้งขนาดนี้ คงมีต้นทุนบางอย่าง ให้คนไปสืบก่อนเถอะ” เติ้งเจี๋ยกล่าว
“ตอนนี้พี่มั่วอยู่ในแผนที่ซ่อนเร้น รับข่าวไม่ได้ เราเฝ้าดูสถานการณ์ไปก่อน รอพี่มั่วออกมาแล้วค่อยว่ากัน”
“โอเค”
ขณะนั้นเอง เฉินซือหนิงก็ได้รับข่าวอะไรบางอย่าง มองไปยังทุกคนแล้วพูดว่า “ซาสึเกะปรากฏตัวแล้ว!”
“ที่ไหน?”
“เมืองอวี้เป่ย กำลังพาพวกผู้เล่นญี่ปุ่นออกไปสังหารผู้เล่นหัวเซี่ยไปทั่ว!”
“ไอ้นี่ มันช่างอวดดีเสียจริง”
