มหาวิทยาลัยเจียงเฉิง...
บัดนี้สถานที่แห่งนี้ได้กลายเป็นซากปรักหักพัง ร่างนอนทับกันเต็มพื้นที่
ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไร มีคนหนังตาขยับเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้น
ไม่นาน ผู้คนก็ตื่นขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ ต่างลุกขึ้นยืน มองสภาพรอบตัวด้วยสีหน้างงงัน
“ให้ตาย! นี่พาฉันมาไหนเนี่ย!?”
“นี่ยังอยู่ที่จีนรึเปล่า!?”
“โทรแจ้งตำรวจ รีบแจ้งตำรวจ!” มีคนหนึ่งได้สติก่อนใคร
ทว่า เมื่อเขาหยิบโทรศัพท์ออกมา กลับเปิดเครื่องไม่ได้เลย
“มือถือฉันเสีย แล้วของใครใช้ได้บ้าง รีบโทรแจ้งตำรวจเร็ว!”
คนอื่นๆ ต่างพากันหยิบมือถือออกมา แต่ผลลัพธ์กลับเหมือนกับเขา คือเปิดไม่ติด
“ทำไมเป็นแบบนี้!?” ทุกคนมีสีหน้าไม่เชื่อสายตา
มือถือเสียหนึ่งสองเครื่องยังพอเข้าใจได้ แต่นี่มือถือทุกคนพังหมด นั่นแปลกเกินไปแล้ว
เฉินมั่วยืนเงียบอยู่ในฝูงชน สีหน้าก็ฉงนเช่นกัน
เขาเองก็เพิ่งลองไปแล้ว มือถือเขาก็ใช้ไม่ได้เหมือนกัน
เงยหน้ามองฟ้า ประตูหินที่เห็นก่อนหน้านี้ได้หายไปแล้ว เหมือนไม่เคยปรากฏอยู่เลย
แต่ท้องฟ้าก็ไม่ได้กลับเป็นเหมือนเดิม กลับขมุกขมัว มีแสง แต่ไม่เห็นดวงอาทิตย์
สถานการณ์นี้พลิกโฉมความคิดของเขาไปอย่างสิ้นเชิง
ในขณะที่ทุกคนกำลังตื่นตระหนก ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นในสมองของทุกคน
“ยินดีต้อนรับสู่เกมเส้นทางเทพ! ที่นี่ คุณสามารถเพิ่มพลังได้อย่างรวดเร็ว แน่นอนว่า ข้อแม้คือคุณต้องมีชีวิตรอด”
“ข้อมูลเกมอยู่ในสมองของพวกคุณแล้ว หลังจากเปิดใช้งานหน้าต่างผู้เล่นและพรสวรรค์แล้ว จะดูได้ด้วยตัวเอง”
“ต่อไป จงพยายามช่วงชิงพรสวรรค์ที่เป็นของคุณให้ได้ เวลามีเพียงสิบนาที หากสิบนาทีผ่านไปแล้วยังไม่ได้เปิดใช้งานพรสวรรค์ ผลลัพธ์จะร้ายแรงมาก!!!”
“สุดท้าย ขอให้สนุกกับเกม ก้าวสู่เส้นทางเทพที่แท้จริงเร็ววัน!”
เสียงนั้นก็หายไป อย่างไรก็ตาม คนส่วนใหญ่กลับยิ่งงงหนักกว่าเดิม
“เกมเส้นทางเทพ!? อะไรกัน!?”
“เปิดใช้งานพรสวรรค์? ไปเปิดที่ไหน!?”
“ใครรู้บ้าง นี่มันสถานการณ์บ้าอะไรกันแน่”
“ฮือๆ.. ฉันอยากกลับบ้าน!”
ตอนนี้ทั่วซากปรักหักพังโกลาหลกันใหญ่ แต่ก็ไม่มีใครกล้าวิ่งหนี สถานการณ์ตอนนี้แปลกประหลาดเกินไป ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากแยกจากผู้คน
ทันใดนั้น มีลำแสงจำนวนมากส่องลงมาจากฟากฟ้า เต็มทั่วทั้งท้องฟ้าเท่าที่ตามองเห็น
หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่า แสงเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นสีขาวและสีเขียว สีฟ้าก็มีบ้าง สีม่วงนั้นน้อยมาก เห็นแวบๆ แค่หนึ่งสองสายเท่านั้น
“นั่นอะไร?” ผู้คนมองแสงในอากาศด้วยสีหน้างุนงง
ไม่นาน แสงก็ตกลงมาถึงด้านล่าง บางคนหลบออก บางคนลองยื่นมือไปสัมผัส
ไม่นานนัก แสงที่ถูกสัมผัสเหล่านั้นก็หลอมเข้ากับร่างกายพวกเขา และไม่นานก็มีเสียงประหลาดใจดังออกมา
“ฮ่าฮ่า ฉันเปิดใช้งานพรสวรรค์กับหน้าต่างผู้เล่นแล้ว!”
ได้ยินคำพวกนั้น คนที่ยังไม่ได้สัมผัสต่างตาเป็นประกาย แล้วรีบวิ่งไปยังแสงใกล้ตัว
แน่นอนว่ามีคนใจเย็นจำนวนไม่น้อย ที่ยังไม่ลงมือทันที แต่สังเกตสถานการณ์ก่อน
เฉินมั่วคือหนึ่งในคนที่ใจเย็นที่สุด สองปีมานี้ที่ถูกซัดกระหน่ำทำให้บุคลิกเขาสุขุมขึ้นมาก
ตอนนี้เขากำลังคิดทบทวนเสียงในสมองเมื่อครู่ พลางจับตาดูเหตุการณ์ในสนามและแสงที่ตกลงมาจากฟ้าไม่ขาดสาย
แสงยังคงตกลงมาไม่หยุด แสงเหล่านี้หากไม่มีคนรับ พอตกถึงพื้นก็จะหายไปทันที
มีคนสัมผัสแสงมากขึ้นเรื่อยๆ เสียงประหลาดใจก็ดังไม่ขาด
แต่พวกเขาก็เงียบลงอย่างรวดเร็วหลังจากส่งเสียงดีใจ ราวกับกำลังรับข้อมูลเกมในสมอง
เฉินมั่วยังคงไม่สัมผัสแสง จับจ้องที่คนกลุ่มแรกสุดที่สัมผัสแสง
พวกเขาเป็นกลุ่มแรกที่สัมผัสแสง เห็นได้ชัดว่ารับข้อมูลได้เร็วกว่า เขาอยากดูว่าคนพวกนี้รับข้อมูลเสร็จแล้วมีสีหน้าอย่างไร ดีที่สุดคือมีใครสักคนเล่าให้ฟังได้ว่าเกมที่ว่ามันคือสถานการณ์อะไรกันแน่
ไม่นานก็มีคนลืมตาขึ้น ในแววตาเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงและเสียดาย
จากนั้น เขากวาดสายตามองหาในลำแสงบนฟ้า ไม่นานก็เห็นอะไรบางอย่าง จึงวิ่งไปยังแสงสายหนึ่ง
เฉินมั่วมองออกแล้ว เป้าหมายที่เขาวิ่งเข้าหาคือแสงสีม่วง
เขาพุ่งไปถึงหน้าแสงเส้นนั้นอย่างรวดเร็ว ยื่นมืออยากจะรับแสงนั้น
ทว่า แสงนั้นกลับทะลุฝ่ามือเขาผ่านไป แล้วตกถึงพื้นหายไปในที่สุด
ชายคนนี้ถอนหายใจอย่างจนใจ ถึงข้อมูลเกมจะบอกไว้ว่า พรสวรรค์คนเราจะได้แค่ครั้งเดียว แต่เขาไม่ยินดีที่ได้แค่พรสวรรค์สีขาว เลยอยากลองดู
ผลลัพธ์สุดท้ายก็ทำให้เขาหมดหวัง ได้แต่โทษตัวเองที่ใจร้อนเกินไป
ท่าทีของเขานี้ไม่น้อยคนเห็นเข้า คนฉลาดที่เลือกดูอยู่ก่อนพลันเข้าใจแจ่มแจ้ง หลังจากนั้นต่างก็พากันมองหาแสงสีม่วง
แต่แสงสีม่วงมีน้อยมาก ไม่นานก็เกิดภาพคนหมู่มากแย่งชิงแสงสีม่วง
ที่นี่รวมคนมหาวิทยาลัยเจียงเฉียงหมื่นคน ตอนนี้เมื่อคนกลุ่มแรกที่สัมผัสแสง "ตื่นขึ้น" ความลับของแสงก็ปิดไม่อยู่แล้ว
ถึงคนส่วนใหญ่จะคิดในใจว่าถ้าฉันไม่ได้ พวกแกก็อย่าหวังจะได้ เลยปิดปากเงียบ แต่ก็มีคนใจกว้าง หรือพูดง่ายๆ ว่าพี่น้องที่สนิทกันมากๆ พูดออกมา
แค่มีคนเปิดปาก ความลับนี้ก็ย่อมซ่อนไม่มิด ไม่นาน ทุกคนก็รู้กันหมด
แสงสีต่างๆ เหล่านี้แทนระดับพรสวรรค์ที่ต่างกัน
ขาว - เขียว - น้ำเงิน - ม่วง - ส้ม - แดง - ทอง
ขาวต่ำสุด ทองสูงสุด!
ได้ยินข่าวนี้ คนที่ยังไม่ได้เปิดใช้งานก็โล่งใจไม่น้อย จากนั้นก็เริ่มมองหาแสงระดับสูง
เมื่อรู้ว่าพรสวรรค์มีระดับชั้น แทบทุกคนก็ไม่สนใจพรสวรรค์ระดับต่ำอีกแล้ว ใครบ้างไม่อยากได้พรสวรรค์ทรงพลัง สายตาทุกคนจับจ้องที่แสงสีม่วง เพราะจากที่เห็นตอนนี้สูงสุดก็คือแสงสีม่วง
แต่แสงสีม่วงน้อยเกินไป และที่นี่ยังมีอาจารย์และนักศึกษามหาวิทยาลัยเจียงเฉิงเกือบทั้งหมดนับหมื่นคน เปรียบเหมือนพระน้อยบิณฑบาตมาก การแย่งชิงจึงดุเดือดมาก
เห็นภาพนี้ คนที่เปิดใช้งานพรสวรรค์ไปตั้งแต่แรกก็ดูจะทุกข์น้อยลง
รู้ระดับพรสวรรค์แล้วยังไง แย่งไม่ได้ก็เหมือนเดิม
เมื่อเวลาผ่านไป การแข่งขันยิ่งรุนแรงขึ้น
“พวกคุณอย่าแย่งกันแล้ว เวลาจะหมดแล้ว!”
จู่ๆ อาจารย์คนหนึ่งก็ตะโกนขึ้น ทำให้ทุกคนใจเต้นตึกตัก
พวกเขาก็นึกขึ้นได้ว่าเสียงนั้นพูดว่า ถ้าสิบนาทีผ่านไปแล้วยังไม่ได้เปิดใช้พรสวรรค์ ผลลัพธ์จะร้ายแรงมาก!!
ถึงจะไม่รู้ว่าผลลัพธ์นั่นคืออะไร แต่คิดด้วยหัวแม่เท้าก็รู้ว่า ผลลัพธ์นั้นไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะรับได้แน่
จากนั้น คนที่รู้ตัวดีก็เริ่มหันไปหาแสงสีฟ้า
ด้อยหน่อยก็ด้อยหน่อย ยังดีกว่าไม่ได้เลย
อย่างไรก็ตาม ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงอุทานดังขึ้นทันใด
“ให้ตาย! สีส้ม!”