เดิมทีซูรั่วปิงยังรู้สึกผิดกับกู้ฟานอยู่บ้าง
แต่หลังจากเฉินอีฉือกับคนอื่น ๆ ตัดสินใจลาออกอย่างเด็ดขาด เธอก็ยิ่งเกลียดกู้ฟานเข้าไปใหญ่!
เขาคิดว่าทำแบบนี้แล้วจะบีบบังคับเธอได้งั้นเหรอ?
ต่ำช้าสิ้นดี!
“รั่วปิง ตอนนี้ในที่สุดเธอก็มองออกแล้วใช่ไหมว่ากู้ฟานเป็นคนยังไง? ฉันว่าเขาคงสมคบคิดกับคนพวกนี้ไว้ตั้งนานแล้ว ต่ำช้าไร้ยางอายจริง ๆ! ยังไงเธอกับเขาก็เคยเป็นสามีภรรยากัน แต่เขากลับแทงข้างหลังเธอแบบนี้!”
“โชคดีที่พวกเธอไปจดทะเบียนหย่ากันแล้ว ไม่อย่างนั้นธุรกิจของเธอคงถูกกู้ฟานสูบจนเกลี้ยง! ใครจะไปรู้ว่าเขายังทำเรื่องสกปรกอะไรไว้อีก!”
เย่เฉินพูดอย่างขุ่นเคือง
“คุณซู เรื่องที่พวกเราลาออกไม่เกี่ยวกับพี่ฟาน ก่อนหน้านี้พวกเราก็ไม่ได้ติดต่อกับพี่ฟานเลย คุณเข้าใจพี่ฟานผิดแล้วครับ”
เฉินอีฉือเอ่ยขึ้น
“ใครจะไปเชื่อล่ะ! พวกนักเลงอย่างพวกนายจะมีคำพูดจริงใจสักคำไหม”
เย่เฉินพูดอย่างดูแคลน
เฉินอีฉือมองเย่เฉินด้วยสายตาเย็นชา
พอสบเข้ากับดวงตาคมกริบของเฉินอีฉือ เย่เฉินก็หดคอ หลบไปอยู่หลังซูรั่วปิงทันที ก่อนจะพูดเสียงเบาว่า “รั่วปิง คนพวกนี้รวมหัวกับกู้ฟาน เก็บไว้ไม่ได้หรอก ไม่ต้องห่วง ฉันรู้จักคนในวงการอยู่บ้าง ถึงตอนนั้นฉันจะหาพวกฝีมือดีมาให้ รับรองว่าไม่กระทบกับธุรกิจของเซิ่งซื่อกรุ๊ป”
ซูรั่วปิงจ้องกู้ฟานเขม็ง เมื่อเห็นเขาไม่พูดอะไร จึงคาดคั้นว่า “กู้ฟาน ฉันต้องการคำอธิบายจากนาย!”
