สติสัมปชัญญะจมดิ่งในความมืดมิด
อากาศเหนียวข้น ที่นี่คือที่ไหน?
นัตสึกิ สุบารุ ไม่รู้เลย เขาเพียงรู้สึกว่าที่นี่ช่างเวิ้งว้าง ร้างไร้ สิ้นสุดแห่งผืนดินและท้องฟ้า มีเพียงความมืดแผ่ขยายไปทั่วโลกสีดำ
แยกแยะทิศทางไม่ได้ ไร้แขนขา ไร้ดวงตา ไร้หู ราวกับว่าตนเองไม่มีอยู่จริง
มีบางสิ่ง...กำลังใกล้เข้ามา?
สติเลื่อนลอยของนัตสึกิ สุบารุ รับรู้ถึงรอบข้างด้วยร่างกายที่ไม่มีอยู่จริง ทว่ากลับมีเพียงมือคู่อ่อนโยนลูบไล้แก้มของเขา
เขาได้ยินประโยคหนึ่งอย่างชัดเจน
「ฉันรักคุณ」
แต่เขาไม่มีปาก ไม่มีลิ้น ไม่อาจเอ่ยพูด ในห้วงจิตสำนึกนี้ เขาไร้ซึ่งร่างกาย
ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป ทั่วทั้งสี่ทิศเริ่มสว่างขึ้นทีละน้อย
นัตสึกิ สุบารุ ตระหนักแล้วว่า ตนเองกำลังจะตื่น
… …
"อืม...?"
นัตสึกิ สุบารุ ลืมตาขึ้นทั้งสองข้าง ก่อนจะยกมือขึ้นบังแสงแดดจ้าที่สาดส่องเข้ามาโดยไม่รู้ตัว
เดี๋ยวนะ? แสงแดด?
ในที่สุดเขาก็ตระหนักได้ว่าตนเองไม่ได้เห็นสิ่งที่เรียกว่าแสงแดดมาเป็นเวลานานแสนนานแล้ว จนรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาไม่น้อย นี่หมายความว่าในที่สุดเขาก็ออกมาจากถ้ำใต้ดินบ้านั่นแล้ว
"ข้าจำได้ว่า...สุดท้ายข้าก็..." นัตสึกิ สุบารุ พยายามทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนสุดท้ายอย่างละเอียด ตัวเขาต่อสู้กับเซนทอร์ตัวนั้น (ถ้าจะเรียกว่าต่อสู้ สู้บอกว่าถูกขยี้อยู่ฝ่ายเดียวจะดีกว่า)
จากนั้นก็มีแสงสีขาวหลายสาย ฆ่าเซนทอร์ตัวนั้น... แล้วก็เป็นเด็กผู้หญิงที่แต่งตัวน้อยชิ้นมากคนหนึ่ง...
นัตสึกิ สุบารุ นึกถึงทุกสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในที่สุด จึงรีบพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง ทว่าเขากลับรู้สึกเจ็บแปลบอย่างรุนแรงที่หน้าอก ทั้งยังรู้สึกเจ็บแปลบจากมือทั้งสองข้าง เมื่อมองไปรอบ ๆ ถึงได้รู้ว่าที่ของตนเองอยู่มันพิเศษมาก
ที่นี่แสงแดดสาดส่องทั่ว แต่มันคือในร่ม ไม่ใช่กลางแจ้ง ไม่รู้ว่าแสงแดดส่องเข้ามาจากที่ใด รอบด้านเต็มไปด้วยพืชพรรณเรืองแสงสีเขียวมรกต ต้นไม้เลื้อยคดเคี้ยวปกคลุมทั่วทั้งห้อง ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเป็นอย่างยิ่ง
ที่ที่เขานอนอยู่นั้นยิ่งพิเศษเข้าไปใหญ่ หญ้าขึ้นหนาแน่นเป็นชั้น ๆ ซ้อนทับกัน ดอกไม้เล็ก ๆ เบ่งบานอยู่ทั่ว ก่อเกิดเป็นเตียงนอน
บนเตียงธรรมชาติผืนนี้ นัตสึกิ สุบารุ รู้สึกราวกับว่าอาการบาดเจ็บของตนนั้นดีขึ้นบ้างแล้ว ก็รู้นี่นา ว่าการบาดเจ็บที่หน้าอกกับแขนนั้น ปกติต้องใช้เวลาฟื้นฟูหลายเดือนหรืออาจเป็นปี อย่างที่ว่าไว้ เจ็บเอ็นเจ็บกระดูกต้อง 100 วัน
"โอ๊ย จริง ๆ เลย ท่านอาจารย์ที่รัก ในที่สุดท่านก็ตื่นแล้ว ถ้ายังไม่ตื่นอีก ลูกศิษย์ผู้น่ารักของท่านคงต้องใช้วิธีนอกตำราแล้วล่ะ!"
เสียงของหญิงสาวที่ฟังดูเฉลียวฉลาดคนหนึ่งดังมาจากข้างกายของนัตสึกิ สุบารุ นัตสึกิ สุบารุหันหน้าไปมองด้วยความสงสัย ก็เป็นผู้หญิงคนนั้นนี่นา ที่อยู่ในถ้ำใต้ดิน ช่วยฆ่าเซนทอร์
"อาจารย์? ลูกศิษย์? เธอกำลังพูดอะไร...ที่นี่ที่ไหน? แล้วก็ เธอเป็นใคร?" นัตสึกิ สุบารุ ผู้เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามถามหญิงสาวตรงหน้า
"อุวา! คำถามของท่านอาจารย์นี่แปลกจริง ๆ เลยนะ!" หญิงสาวแสดงสีหน้าสงสัยยิ่งกว่าความสงสัยของนัตสึกิ สุบารุ เสียอีก จากนั้นก็พูดว่า "ลืมที่นี่ไปก็แล้วไปเถอะ แต่ถึงกับลืมฉันผู้น่ารักไปด้วย... ท่านอาจารย์ไม่ได้ไปชนโถส้วมจนความจำเสื่อมอีกรอบแล้วนะ!"
ได้ฟังดังนั้น สีหน้าทั้งหมดของนัตสึกิ สุบารุ ก็เหมือนกับกำลังท้องผูก
"อะไรคือ 'ฉันไปชนโถส้วมจนความจำเสื่อม' อีก! หรือว่ายังจะมีอีกครั้ง? อีกอย่าง ข้าไม่คิดว่าตัวเองจะทำเรื่องโง่ ๆ แบบนั้นนะ!" นัตสึกิ สุบารุ รีบค้านกลับไป
"ท่านอาจารย์นี่คุยเก่งจังเลยนะ ใช่ ๆ ถึงจะสมกับเป็นท่านอาจารย์ที่ข้ารู้จัก!" หญิงสาวพยักหน้า เท้าเอวราวกับจะพูดว่า "สมควรแล้ว"
"ข้ากับเพิ่งเจอกันครั้งแรกสินะ ข้าไม่รู้จักเธอเลย เธอจำคนผิดหรือเปล่า?"
นัตสึกิ สุบารุ โบกมือไปมา ถึงแม้ว่าการได้มีสาวสวยแบบนี้มาเป็นลูกศิษย์ก็ฟังดูไม่เลว แต่เขาไม่อยากเป็นตัวแทนใครโดยไม่มีเหตุผล
"อ้า กลิ่นตัวเหม็นเน่าถึงขีดสุดบนร่างท่านอาจารย์นี่ กลิ่นที่ทำให้อยากอ้วกน่ะ ไม่มีทางปลอมแปลงได้หรอก ท่านต้องเป็นท่านอาจารย์แน่ ๆ อีกทั้งยังเหมือนกันทุกประการ พวกท่านมีตาสองข้าง จมูกหนึ่งอัน ปากหนึ่งอัน..."
หญิงสาวพูดพลางเริ่มนับนิ้วมืออย่างละเอียด
"พอแล้ว พอแล้ว! ใคร ๆ เขาก็เป็นแบบนั้นกันทั้งนั้นแหละ! แล้วก็กลิ่นตัวนี่เป็นวิธีจำคนแบบใหม่หรือไงกัน อีกอย่าง ข้าจะเหม็นถึงขนาดนั้นเชียวหรือ?" นัตสึกิ สุบารุ ยกแขนขึ้นดมดูตัวของตนเอง
เอาเถอะ เหมือนจะเหม็นจริง ๆ แฮะ...
ยุ่งอยู่ในพื้นที่ใต้ดินนั่นเสียนาน เหงื่อไคลก็เหม็นเหลือเกิน ทั้งยังไม่รู้ว่าสลบไปนานแค่ไหน ไม่ได้อาบน้ำเลย...
"วิธีการจำคนของฉันไม่ใช่ดูจากภายนอกนะ แต่ดูจากภายใน ท่านอาจารย์ นี่ก็คือสิ่งที่เรียกกันว่าความงามจากภายในไงล่ะ!"
"ข้าว่า 'ความงามจากภายใน' ไม่เหมาะจะใช้ที่นี่นะ... แล้วเธอไปเรียนวิธีการพูดแบบนี้มาจากไหนกัน?" นัตสึกิ สุบารุ พึ่งสังเกตได้ว่า เด็กผู้หญิงตรงหน้านี่อย่างไรก็ไม่ใช่ชาวโลกสินะ?
"อ้า ท่านอาจารย์นี่ถามแปลกจัง ก็เรียนตามท่านอาจารย์ยังไงล่ะ? ฮือ ๆ ๆ ท่านอาจารย์นี่จำอะไรไม่ได้เลยจริง ๆ แต่ no problem! ถึงจะเป็นแบบนี้ ชาอูล่า ก็ไม่มีวันทรยศท่านอาจารย์เด็ดขาด!"
หญิงสาวพูดอย่างจริงจัง ราวกับจะปกป้องบางสิ่งบางอย่างจนตัวตาย
"ก็บอกแล้วไงว่าข้าไม่ใช่อาจารย์ของเธอ แล้วก็คำศัพท์ภาษาอังกฤษนี่อาจารย์ของเธอสอนด้วย? ...เฮ้อ ช่างเถอะ ๆ อย่างน้อย ๆ ก็มีคนเป็น ๆ อยู่กับข้าพูดคุยด้วยได้แล้ว" นัตสึกิ สุบารุ ถอนหายใจอย่างโล่งอก ไม่ว่ายังไงก็ตาม เรื่องที่ช่วยเขาออกมานั้นไม่ใช่เรื่องโกหก
หากไม่ใช่เด็กผู้หญิงที่ดูท่าทางซื่อ ๆ บื้อ ๆ ตรงหน้าคนนี้...ชื่อว่าชาอูล่า? เมื่อกี้เธอพูดแบบนั้น ยังไงก็ตาม หากไม่ใช่เธอแล้ว ตนเองก็ไม่รู้จะต้องตายอีกกี่ครั้ง
"เพราะงั้น ชาอูล่า ที่นี่มันที่ไหนกันแน่?" นัตสึกิ สุบารุ ถามอีกครั้ง
"อ้า! ท่านอาจารย์ความจำเสื่อมไปแล้ว ทำไมยังจำชื่อของชาอูล่าได้ล่ะ ฮือ ๆ ๆ ชาอูล่าซาบซึ้งใจมากเลย ท่านอาจารย์ขอกอดหน่อยนะ~~"
พูดพลางชาอูล่า ก็โถมตัวเข้ามา นัตสึกิ สุบารุ เห็นดังนั้นอยากจะหลบ แต่ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงบนร่างกายยังอยู่ ถูกเรือนร่างอวบอัดโอบกอดเข้ามา
"เฮ้ย เธอไม่ใช่พึ่งบอกเองหรือไงว่าตัวเองคือชาอูล่า? ตั้งใจตอบคำถามข้าหน่อยสิโว้ย!"
"ไม่ได้เติมพลังอาจารย์พ่อมานานมากแล้ว ๆ ชาอูล่าจะอิ่มให้จุใจเลย!"
ระหว่างพูด สาวน้อยก็เอาผิวขาวเนียนของตนเสียดสีแก้มของนัตสึกิ สุบารุ อยู่เรื่อย ๆ
นัตสึกิ สุบารุ ไม่ได้รังเกียจที่จะมีสาว ๆ มาแนบชิดหรอกนะ เพราะแบบนั้นฟังดูถึงจะเป็นปฏิบัติการที่ตัวเอกนิยายสมควรได้รับ...
"เจ็บนะ! ทำไมเธอแรงเยอะขนาดนี้! ปล่อยเร็วเลยโว้ย!"
นัตสึกิ สุบารุ ได้แต่ใช้ขาข้างที่ยังดีอยู่ถีบชาอูล่า ออกไป
"พุก๊าก—!!"
ชาอูล่า ถูกถีบออกไปอย่างให้ความร่วมมือดีมาก น้ำตาคลอเบ้าสองข้าง ลูบตรงที่ถูกถีบด้วยความไม่อยากเชื่อ "เป็นไปได้ยังไง กอดที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักของฉัน ชาอูล่าแต่งตัวร่าน ๆ ขนาดนี้... ท่านอาจารย์ก็ยังไม่รับ... ไม่ใช่หรือว่าพวกผู้ชายก็เหมือน ๆ กันหมด?"
"อาจารย์ท่านนั้นของเธอนี่สอนต่ำทรามเกินไปแล้วนะ!"
"แปลกจังเลยนะ ใครที่ว่าตัวเองแบบนั้น ท่านอาจารย์"
"ก็บอกแล้วว่าข้าไม่ใช่อาจารย์ของเธอ ทำความเข้าใจเรื่องนี้ให้ดี ข้ามีชื่อของข้าเอง!"
พูดพลาง นัตสึกิ สุบารุ ก็ลุกขึ้นยืน มือข้างหนึ่งชี้ไปที่เพดานอย่างไม่เกรงใจ ทำท่าที่ตนเองคิดว่าหล่อมาก แล้วพูดว่า
"ชื่อของข้า คือ นัตสึกิ สุบารุ!"
"ข้าคือผู้ไม่เกรงกลัวสิ่งใด จรจัดอมตะไร้เทียมทาน! นัตสึกิ สุบารุ! ฝากตัวด้วย!"
เขาเอ่ยชื่อของตนเองออกไปอย่างกึกก้อง หากคนธรรมดาได้ยินคงได้แต่คิดว่านี่คือผู้ป่วยมโนว่าตัวเองเก่งระยะสุดท้าย หมดทางเยียวยาแล้ว
"ท่านอาจารย์เท่สุด ๆ เลย!"
"ใช่ไหมล่ะ! งั้นนี่ ที่นี่มันที่ไหนกันแน่ รีบบอกข้ามาเถอะ" นัตสึกิ สุบารุ กระตุ้นอย่างร้อนรน
"อ้า ๆ ทำไมท่านอาจารย์ถึงอยากถามเรื่องนี้นักนะ... แอะแฮ่ม"
ชาอูล่า ก็กระแอมไอ จัดท่าเหมือนกับนัตสึกิ สุบารุ แล้วทำตามอย่างไม่ผิดเพี้ยน พลางพูดว่า
"ที่นี่ก็คือ หอสังเกตการณ์เปลยาดีส (Pleiades) ชั้นที่สี่ ซึ่งก็คือชั้นที่ฉันอยู่อาศัย 'แอลคิโยนี'!"
"ฮิ ๆ ว่าไงท่านอาจารย์ ฉันทำได้ไม่เลวเลยใช่ไหม"