01
เจียงเยว่ตายแล้ว
นางคือองค์หญิงองค์เล็กที่สุดแห่งแคว้นเจียง เป็นดวงใจของเสด็จพ่อและเสด็จแม่
ตั้งแต่เล็กก็ได้รับความรักเอ็นดูอย่างเต็มที่ ใช้ชีวิตอย่างไร้กังวล
วันก่อนหน้านั้น นางกำลังเล่นละครแกล้งทำเป็นแขวนคอ ร้องไห้กระซิกขู่เสด็จแม่ว่า ต่อให้ตายก็ไม่ยอมแต่งกับผู้สำเร็จราชการ
วันรุ่งขึ้นนางกลับตายจริง ๆ อยู่ในห้องบรรทม
เจียงเยว่ไม่ได้อยากตายจริง ๆ
ตอนนี้นางเสียใจอย่างยิ่ง ถ้ารู้ว่าคำสาบานส่งเดชจะเป็นจริง ตอนนั้นนางคงไม่ชูนิ้วทั้งสี่ขึ้นมาเด็ดขาด
*
ในห้องนอน หญิงสาวที่สะท้อนอยู่ในกระจกโต๊ะเครื่องแป้งมีผิวขาว หน้าตาสวย และเครื่องหน้าประณีต
เจียงเยว่เพิ่งลืมตา ก็มีเสียงแปลกหน้าดังขึ้นในหัว
[กำลังโหลดระบบ กำลังนำเข้าเนื้อเรื่อง]
[คุณทะลุมิติมาแล้ว]
[คุณคือนางร้ายในนิยายรักหวานเรื่องนี้]
[คุณวางแผนใส่ยาพระเอก จนตั้งท้องและได้เลื่อนสถานะสำเร็จ บีบให้เขาจำใจแต่งงานกับคุณ]
[หลังจากได้แต่งเข้าตระกูลร่ำรวยสมใจแล้ว คุณก็ยังไม่รู้จักพอ คุณเกลียดแสงจันทร์ขาวของเขาเข้ากระดูก คอยใส่ร้ายและทำร้ายนางเอกครั้งแล้วครั้งเล่า สุดท้ายก็ถูกนางเอกตบหน้าจนบวมครั้งแล้วครั้งเล่า]
[หลังจากก่อเรื่องไม่หยุดหย่อน คุณจะถูกพระเอกที่ทนจนถึงขีดสุดทอดทิ้ง กลายเป็นคนที่ใคร ๆ ก็รุมประณาม]
[นี่คือชีวิตอันน่าเวทนาและน่ารังเกียจของคุณ]
[คุณมีสองทางเลือกเพื่อเปลี่ยนชะตากรรม]
[หนึ่ง เป็นหมารับใช้ของพระเอกกับนางเอก]
[สอง เป็นหมารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ภักดีของพระเอกกับนางเอก]
เปลือกตาของเจียงเยว่ขยับ เหมือนในที่สุดก็ได้สติกลับคืนมา
ที่จริงแล้ว นางฟังไม่เข้าใจสักคำ
เสียงนั้นคล้ายเป็นเพียงภาพหลอนของนาง ไม่นานก็หายไป
เจียงเยว่เงยหน้าขึ้น มองภาพแปลกตาตรงหน้าอย่างสงบนิ่ง
ทุกอย่างที่นี่ล้วนประหลาด
มีเพียงใบหน้าในกระจกนี้ที่นางคุ้นเคย
ตอนนี้เจียงเยว่ถึงสังเกตเห็นเสื้อผ้าที่สวมอยู่ กระโปรงเปิดเผยเนื้อหนัง มีสายเล็ก ๆ เพียงสองเส้นพาดอยู่บนไหล่ เนื้อผ้าบางเบาแนบไปกับผิวขาวราวหิมะของหญิงสาว
ผมยาวหยักศกทิ้งตัวดุจน้ำตก คลี่คลุมแผ่นหลังของหญิงสาวอย่างเกียจคร้าน
เจียงเยว่รู้สึกรังเกียจเสื้อผ้าบนตัวอยู่บ้าง นางทำหน้าเย็นชา กำลังจะเดินออกไปสำรวจว่าเกิดอะไรขึ้น
ประตูห้องถูกแม่บ้านค่อย ๆ ผลักเปิด อีกฝ่ายก้มหน้าต่ำ เอ่ยเสียงสั่นด้วยความหวาดกลัวว่า “คุณนายคะ คืนนี้คุณผู้ชายคงไม่กลับมาแล้ว คุณนายเข้านอนเร็วหน่อยเถอะค่ะ”
เจียงเยว่เงียบไป
เจียงเยว่ปรายตามองแม่บ้านอย่างเย็นชา เชิดคางขึ้นเล็กน้อย พลางกล่าวอย่างทรงอำนาจว่า “รู้แล้ว เธอออกไปก่อน”
แม่บ้านประหลาดใจ คิดไม่ถึงว่าวันนี้คุณนายจะพูดง่ายขนาดนี้
แม่บ้านทำงานอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้มาหลายปีแล้ว
ตลอดครึ่งปีที่คุณหนูเจียงแต่งงานกับคุณโจว ชีวิตของพวกเธอทุกข์ทรมานเหลือเกิน
คุณหนูเจียงอารมณ์ร้อน โมโหง่าย และเอาแน่เอานอนไม่ได้
เรื่องเล็กน้อยนิดเดียวก็ทำให้ระเบิดอารมณ์ใส่ได้ทุกเมื่อ พวกเธอต้องคอยรับใช้คุณหนูคนนี้อย่างระมัดระวังทุกวัน
แม่บ้านไม่เคยเจอใครที่เอาใจยากขนาดนี้มาก่อน
ก็ไม่แปลกที่คุณโจวแทบไม่กลับมาคฤหาสน์หลังนี้ ใคร ๆ ก็รู้ว่าภรรยาของคุณโจวได้ดิบได้ดีเพราะลูกในท้อง
เจียงเยว่รู้สึกว่าทุกอย่างตรงหน้าประหลาดไปหมด
นางเดินลงบันได บ้านหลังนี้ดูเหมือนจะกว้างขวางและสว่างโปร่ง
อย่างไรเจียงเยว่ก็เป็นถึงองค์หญิงแห่งแคว้น ต่อให้ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ภายนอกก็ยังสงบนิ่ง ไม่เผยความไม่รู้ของตนออกมา
นางปรายตามองแม่บ้านอย่างเย็นชา ก่อนกล่าวอย่างวางอำนาจว่า “ฉันหิวแล้ว”
ในห้องรับแขกไม่ได้มีแค่เจียงเยว่คนเดียว
พ่อบ้านกับสาวใช้ต่างตกใจจนสะดุ้ง พวกเขาพากันมายืนขวางหน้าโต๊ะอาหารโดยไม่รู้ตัว บังเด็กสาวหน้าตาสะสวยที่อยู่ด้านหลังไว้
กลัวว่าคุณนายจะโมโหแล้วทำร้ายเจ้าซูเหยียนอีก
[นี่คือนางเอก]
[แสงจันทร์ขาวที่พระเอกรักแท้ในอนาคต เป็นซินเดอเรลลาผู้น่าสงสารที่คุณเคยรังแกอย่างหนัก]
[ตอนนี้กลับตัวไปเป็นเพื่อนสนิท เป็นผู้ติดตามที่ดี และเป็นหมารับใช้ของเธอซะ]
[เปลี่ยนชะตากรรม เริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวัน!]
เจียงเยว่รู้สึกว่าเสียงในหัวนี้ช่างน่ารำคาญ นางทำหน้าเย็นชา “หุบปาก”
คนอื่น ๆ มองหน้ากันไปมา คิดว่านางพูดกับพวกตน จึงเม้มปากแน่นไม่กล้าส่งเสียง
แต่โชคดีที่คุณนายดูเหมือนจะไม่แม้แต่ปรายตามองเจ้าซูเหยียน คงไม่คิดจะรังแกติวเตอร์คนใหม่คนนี้
ครั้งก่อนคุณนายจงใจใช้น้ำเดือดลวกมือคุณหนูเจ้า
เจียงเยว่เป็นผู้หญิงใจร้ายปากคอเราะร้ายเช่นนี้เอง
สาวใช้เอ่ยเสียงสั่นว่า “คุณนายคะ อยากรับประทานอะไรคะ”
เจียงเยว่กวาดตามองโต๊ะอาหารอย่างวางอำนาจ “เธอกำลังกินอะไร”
!!!
แย่แล้ว!
คุณนายเล็งคุณหนูเจ้าอีกแล้วหรือ!?
แม่บ้านกลัวจนตัวสั่น “คุณหนูเจ้ากำลังรับประทานสเต๊กค่ะ”
เจียงเยว่ไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน “อ้อ งั้นฉันก็กินอันนี้ด้วย”
ใบหน้าของเจ้าซูเหยียนซีดขาว ใบหน้าบริสุทธิ์ไร้พิษภัย ดวงตาแดงก่ำ ดูเปราะบางน่าสงสาร “คุณหนูเจียง”
เจียงเยว่เลิกคิ้ว ไม่สนใจนาง
เมื่อก่อนอยู่ในวังหลวง นางเคยเห็นคนแบบไหนมาบ้าง
บรรดาพระสนมในวังหลังของเสด็จพ่อ ต่างก็งัดกลเม็ดออกมาไม่ซ้ำกัน วิธีที่ต่ำช้าที่สุดก็คือคนแบบนี้ที่แสร้งอ่อนแอทำตัวน่าสงสารราวกับดอกบัวขาว
เจ้าซูเหยียนเม้มริมฝีปาก เดินมาหานางอย่างระมัดระวัง ก่อนจับข้อมือของนางไว้ “วันนั้นฉันไม่รู้ความเอง ถึงได้ทำให้คุณโมโห แผลที่มือฉันใกล้หายแล้ว คุณ...”
เจียงเยว่ไม่มีแม้แต่ความอดทนจะฟังนางพูดให้จบ จึงสะบัดมืออีกฝ่ายออกอย่างเย็นชา แล้วมองนางด้วยสายตาเย็นเยียบ “อย่ามาแตะต้องฉัน”
เจ้าซูเหยียนเซถอยหลัง ล้มลงนั่งกับพื้น หน้าผากกระแทกขาโต๊ะ ทั้งเจ็บทั้งบวม น้ำตาเอ่อคลอและไหลลงมาทันที
บรรดาแม่บ้านสาวใช้ตกใจจนหน้าถอดสี รีบช่วยพยุงนางขึ้นมา เมื่อเห็นรอยบวมแดงชัดเจนบนหน้าผาก ก็ยิ่งรู้สึกว่าคุณนายช่างน่ากลัว
เจียงเยว่นั่งลงอย่างสงบนิ่ง มองเจ้าซูเหยียนที่น้ำตาคลอเบ้า
ระบบที่เห็นนางแสดงอารมณ์โมโหตั้งแต่ต้นจนจบ มีเครื่องหมายคำถามผุดขึ้นเหนือหัวเป็นแถบ
ตกลงนางจะมาเป็นวัวเป็นม้าให้คนอื่น หรือจะยังเป็นองค์หญิงต่อไปกันแน่? ทำไมดูเหมือนยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์แบบไหน?
แม่บ้านได้ยินคำพูดของนางแล้วใจก็เย็นวาบไปครึ่งหนึ่ง ตอนแรกนึกว่านางจะระเบิดอารมณ์เหมือนทุกครั้ง
แต่พายุโหมกระหน่ำอย่างที่คิดกลับไม่เกิดขึ้น
หลังกินมื้อกลางวันเสร็จ เจียงเยว่รู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย จึงขึ้นไปชั้นบนและกลับเข้าห้องนอนเมื่อครู่
แม่บ้านรีบโทรศัพท์หาคุณผู้ชาย รายงานว่าติวเตอร์ที่จ้างมาให้คุณชายน้อยถูกคุณนายทำร้ายอีกแล้ว
*
โจวจี้กลับมายังคฤหาสน์เก่าตอนดึก
ภรรยาของเขาเป็นคนที่ทำให้คนวางใจไม่ได้จริง ๆ
ตอนเขามาถึง ไฟในห้องนอนใหญ่ยังสว่างอยู่
โจวจี้เดินพลางดึงเนกไทออกเล็กน้อย สูทพาดอยู่บนข้อพับแขนอย่างลวก ๆ ชายหนุ่มเดินตรงเข้าห้องนอนด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แต่กลับไม่เห็นเงาของเธออยู่ข้างใน
มีเสียงน้ำไหลแผ่ว ๆ ดังมาจากห้องน้ำ
โจวจี้เข้าใจเรื่องราวในใจทันที
เจียงเยว่ที่อยู่ในห้องน้ำคงใช้สิ่งของพวกนี้ไม่เป็น ทั้งยังไม่เคยเห็นมาก่อน ชุดนอนบาง ๆ บนตัวเปียกเพราะน้ำกระเด็นใส่โดยไม่ตั้งใจ
นางเริ่มโมโห พองแก้มอย่างขัดใจ กำลังจะเรียกคนมาปรนนิบัติอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้
พอเดินออกมา ก็ชนเข้ากับชายแปลกหน้าคนหนึ่ง
ชายหนุ่มหน้าตาไม่เลว คิ้วตาเย็นชาเคร่งขรึม เพียงเผชิญหน้าก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่น่าเกรงขาม
เขาเหลือบมองนางอย่างเฉยเมย แววตาเย็นชาไร้อารมณ์
เจียงเยว่คิดว่าเขาเป็นคนรับใช้ในบ้าน จึงสั่งเขาอย่างเป็นธรรมชาติว่า “มาปรนนิบัติฉันอาบน้ำแต่งตัว”
โจวจี้: ?
ชายหนุ่มยกมุมปากขึ้น ยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ แต่แววตาไม่ได้ยิ้มตาม
ไม่กี่วินาทีต่อมา เขาปลดเนกไทออกอย่างลวก ๆ แล้วเอ่ยเสียงเรียบเฉื่อย “เจียงเยว่ คุณกำลังเล่นลูกไม้อะไรอีก?”
แม้จะเป็นสามีภรรยาที่กฎหมายรับรอง
แต่โจวจี้ไม่ได้ชอบผู้หญิงสวยแต่ไร้สมองคนนี้
หน้าตาสวย
จิตใจอำมหิต
เขารู้ดีว่าความอ่อนโยนเรียบร้อยที่เธอแสดงต่อหน้าเขาเป็นเพียงการเสแสร้ง เขาอยากรู้ว่าเธอจะเล่นละครต่อไปได้นานแค่ไหน
แต่โจวจี้ไม่ค่อยยุ่งเรื่องของเธอ แน่นอนว่าเขาก็ไม่เคยทำดีกับเธอเช่นกัน
เจียงเยว่เชิดคางขึ้น “บังอาจนัก คนสามัญอย่างนายกล้าเรียกชื่อองค์หญิงอย่างฉันตรง ๆ ได้อย่างไร?!”
โจวจี้นิ่งไปสองวินาที จากนั้นก็หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ
เขาก้าวเข้ามาทีละก้าว
เข้าใกล้นาง
กลิ่นอายเย็นสะอาดและน่าเกรงขามโอบล้อมเข้าหานางอย่างเข้มข้น
จู่ ๆ ชายหนุ่มก็ยื่นมือมาบีบคางนางอย่างแรง สายตากวาดผ่านเครื่องหน้าอันงดงามของนางทีละส่วน
โจวจี้มีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ตรงมุมปาก เอ่ยทีละคำว่า “องค์-หญิง-หรือ?”
เจียงเยว่สะบัดมือเขาออก แล้วยกมือขึ้นคิดจะตบหน้าเขา
โจวจี้จับข้อมือนางไว้ มองนางพร้อมยิ้มกรุ้มกริ่ม แล้วเอ่ยประชดประชันอย่างให้ความร่วมมือว่า “อะไร? องค์หญิงกำลังรอให้ฉันล่วงเกินเบื้องสูงไม่ไหวแล้วหรือ?”
