เขารู้แล้วว่า สิ่งที่ถูกผนึกไว้แน่นหนาในภาพเงาลวงตานั้น ก็คือความทรงจำช่วงหนึ่งที่เขาสูญเสียไป
ความทรงจำระหว่างเขากับหนิงเทา
เมื่อตระหนักถึงเรื่องนี้ หัวใจของเซี่ยเจิ้นเหอก็เปี่ยมไปด้วยความยินดีอย่างบ้าคลั่ง
เขารู้อยู่แล้ว ตั้งแต่แรกเห็นหนิงเทาก็รู้ ว่าในความทรงจำช่วงที่สูญหายไปนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกบริสุทธิ์ผุดผ่องที่สุดของเด็กหนุ่มที่มีต่อหญิงสาวผู้เป็นที่รัก ความรู้สึกร้อนแรงถึงเพียงนั้น จะลืมเลือนไปจนหมดสิ้นได้อย่างไร
การระลึกขึ้นมาได้อีกครั้ง เป็นเพียงเรื่องของเวลาช้าหรือเร็วเท่านั้น
“ท่านพ่อ เป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ”
คงเพราะเห็นท่านพ่อจู่ ๆ ก็เงียบไป ยวนยวนจึงยกมือน้อยขึ้นโบกไปมาตรงหน้าเขา
เซี่ยเจิ้นเหอรีบรวบรวมสติ สายตากลับมาหยุดอยู่บนตัวบุตรสาวอีกครั้ง ก่อนจะยิ้มกล่าวว่า “ท่านพ่อไม่เป็นไร ต่อไปท่านพ่อจะกลับบ้านให้เร็วขึ้นทุกวัน แล้วสอนเจ้าอ่านหนังสือเขียนอักษรด้วยตนเอง ดีหรือไม่”
การเรียนหนังสือเป็นเรื่องเหน็ดเหนื่อยอย่างยิ่ง ยวนยวนไม่เข้าใจว่าทำไมท่านพ่อถึงเหมือนท่านแม่ ต่างก็อยากให้นางเรียน
นางเม้มปากน้อย ๆ อย่างไม่ค่อยเต็มใจ แต่พอคิดอีกที ก็กลัวว่าท่านพ่อจะไม่ชอบบุตรสาวที่ไม่มีความรู้ จึงรีบเอียงศีรษะน้อย ๆ ถามว่า “เรียนกับพี่ชายหรือเจ้าคะ”
“ไม่ได้เรียนด้วยกัน พี่ชายเข้าเรียนที่สำนักเยาวชนในกองทัพได้” กล่าวจบ เขาก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยต่อว่า “คราวหน้าท่านพ่อจะไปถามท่านลุงยวนปั๋ว หากทำได้ ยวนยวนก็ไปเรียนกับพี่ชายด้วยกัน”
“ท่านลุงยวนปั๋วเป็นใครหรือเจ้าคะ”
“นับว่าเป็นพี่ชายของท่านพ่อ ตอนนี้เขาไปอวี่จิงแล้ว เดือนหน้าก็กลับมาได้”
บุตรสาวตัวน้อยพาดอยู่บนบ่าเขา พอได้ยินคำว่าอวี่จิงก็พลันนึกบางอย่างขึ้นมาได้ จึงถามต่อว่า “ท่านพ่อ อวี่จิงอยู่ที่ไหนหรือเจ้าคะ ข้าเคยได้ยินท่านแม่กับป้าหลิวพูดถึงที่นั่น พวกนางบอกว่าอาจารย์ของพี่ชายได้งานดี ๆ จึงไปอวี่จิงเจ้าค่ะ”
