เห็นหญิงสาวไม่ขยับเขยื้อนสักที
เคออวี้หันไปมอง เธอหัวเรี่ยมลง หลับตาทั้งที่รู้ว่าแกล้ง ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ปลายหูจนถึงต้นคอเรียวบางแผ่กระจายสีชมพูจาง ๆ
เขินอายแล้ว
เรื่องลึกซึ้งกว่านั้นก็เคยทำมาแล้ว ทำไมยังทำเหมือนไม่เคยเห็นอีก
เคออวี้กระตุกมุมปาก ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ น้ำเสียงขี้เกียจเฉื่อยชา
"เฮ้ย ลืมตาสิ"
หลีโย่วจะกล้าลืมตาได้ยังไง ได้ยินดังนั้นก็หลับตาลงแน่นขึ้น ขนตายาวงอนสั่นระริก กระสับกระส่ายอย่างบอกไม่ถูก
"ไม่ลืมตาจะเล็งยังไง"
อะไรกันเนี่ย
หลีโย่วทั้งตัวลุกเป็นไฟ อยากจะเอามือไปปิดปากเขาจัง
เธอพูดเสียงเบา "เอางี้เถอะ...ฉันช่วยดึงซิปให้ แล้วที่เหลือเธอทำเอง"
ใจมันก้าวข้ามจุดนี้ไปไม่ได้จริง ๆ
เคออวี้เลิกคิ้ว ไม่ได้แกล้งเธอต่อ ใช้มือเธอช่วยดึงกางเกงลง
เสียงน้ำดังขึ้น
หลีโย่วหลับตา พยายามทำเป็นไม่ได้ยิน
สักครู่ เคออวี้เหมือนจะดึงทิชชู่มาเช็ด เสียงเบา ๆ ยุ่งเหยิง
ใส่กางเกงเสร็จ เคออวี้กวาดตามองหลีโย่ว เสียงขี้เกียจ "พาฉันไปล้างมือ"
หลีโย่วใช้ร่างเล็ก ๆ พยุงเขา ล้างมือเสร็จก็กลับขึ้นเตียง
เคออวี้ล้มตัวลงนอน ดึงผ้าห่มมาห่ม สีหน้าเหนื่อยล้าแฝงความใคร่บาง ๆ
เข้าห้องน้ำทีเดียวเหมือนช่วยตัวเองมาหลายครั้ง กลิ่นหึ่ง ๆ
เขาตบที่นอนข้างตัว "ขึ้นมานอนด้วยกัน"
เตียงคนไข้ส่วนตัวใหญ่เป็นสี่เท่าของเตียงคนไข้ทั่วไป นอนสองคนสบาย ๆ
หลีโย่วเบิกตากว้าง ตกใจจนส่ายหัวไม่หยุด "ไม่เอาหรอก ฉันนอนโซฟา เผื่อกดทับแผลเธอจะไม่ดี"
สีหน้าแบบนั้น ที่ไหนได้กลัวกดทับแผลเขาเล่า เห็นชัดว่ากลัวว่าจะนอนเตียงเดียวกันแล้วเขาจะทำอะไรเธอ
