ถูหนานชะงักไป
สิ่งพวกนี้ดูไม่ปกติเลยสักนิด ไม่ต้องพูดถึงกฎที่ระบุชัดเจนให้ระวังการกินอาหารในดันเจี้ยน
เสียงของเอริกแฝงความเย็นเยือก
เธอเงยหน้าขึ้นอย่างหวาด ๆ ส่งเสียง "อา อา" สองครั้ง แล้วโบกมือแรง ๆ เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายไม่เข้าใจเจตนาของเธอ เธอก็ก้มหน้าลง ทำท่าทางหดหู่
เกรซที่อยู่ข้าง ๆ ใส่ใจมาก สั่งให้คนใช้หยิบกระดาษกับปากกามา แล้วถามอย่างอ่อนโยนว่า "เธอเขียนหนังสือได้ไหม"
ถูหนานพยักหน้า รับกระดาษปากกาที่ยื่นให้ แล้วเขียนประโยคหนึ่ง
— ฉันเป็นมังสวิรัติ
เอริกชะงักไปครู่หนึ่ง ผิดคาดที่ไม่ได้โกรธ กลับเผยรอยยิ้มแปลก ๆ เหมือนพอใจมาก
"มังสวิรัติเหรอ ฉันต้องบอกว่านั่นเป็นนิสัยที่ดีเลยทีเดียว" เขาดูอารมณ์ดี มีดกับส้อมผ่าเนื้อปลาในจานอย่างคล่องแคล่ว
เขามองถูหนานยิ้ม ๆ แล้วอ้าปากกินเนื้อปลาบนส้อมลงไป
"เนื้อปลาสดใหม่ อร่อยจริง ๆ" เขาหลับตาลงด้วยความพึงพอใจ
ถูหนานมองท่าทางของเขา ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ
สาวใช้ข้าง ๆ เปลี่ยนจานอาหารที่มีแต่ผักให้เธอ ราดด้วยซอสสีน้ำตาลแบบเดียวกัน
ถูหนานรู้สึกว่ามีสายตาหนึ่งกำลังจับจ้องเธอ เธอเงยหน้าขึ้นมองสาวใช้โดยไม่รู้ตัว เป็นเด็กสาวหน้าตาหวานน่ารัก ผมยาวหยักศกสีน้ำตาล มีกิ๊บติดผมไข่มุกอันหนึ่ง
เมื่อกี้ก็เป็นเธอที่หยิบรองเท้าส้นเตี้ยมาให้
ถูหนานยิ้มพลางพยักหน้าให้เธอเล็กน้อย แสดงความขอบคุณ
สาวใช้รีบก้มหน้าลง หลบสายตาของเธอ
"รีบกินเถอะเอเรียล" เกรซที่อยู่ข้าง ๆ เร่งเร้า "เธอคงหิวแย่แล้ว"
ถูหนานไม่มีข้ออ้างที่จะปฏิเสธ จึงจำใจหยิบมีดกับส้อมขึ้นมา แล้วเลือกมันฝรั่งชิ้นหนึ่งที่อยู่ตรงขอบอย่างระมัดระวัง หลังจากเตรียมใจไว้พร้อมแล้วจึงยัดเข้าปาก
ทันทีที่มันฝรั่งเข้าปาก กลิ่นหอมเข้มข้นก็กระจายไปทั่วปาก เนื้อสัมผัสละลายในปากทำให้เธอไม่ทันได้เคี้ยวก็กลืนลงคอไปแล้ว
มือที่ถือมีดกับส้อมอยู่กำแน่น เธอระงับแรงกระตุ้นที่อยากจะเลียจานอาหารให้เกลี้ยง
【ค่ามลทินปัจจุบันร้อยละ 5 โปรดสังเกต เมื่อค่ามลทินเกินร้อยละ 60 คุณจะตกอยู่ในความบ้าคลั่ง】
เสียงของระบบที่ดังขึ้นในหัวทำให้เธอได้สติ กระตุ้นความรู้สึกอยากอาหารที่เพิ่มขึ้นมาอย่างฉับพลันลดลงไปบ้าง
แค่มันฝรั่งที่เปื้อนซอสเพียงคำเดียว ค่ามลทินก็สูงขนาดนี้ ถ้าเป็นเนื้อปลาล่ะ ก็ไม่รู้ว่าจะเพิ่มค่ามลทินขึ้นอีกเท่าไหร่
ถูหนานหยิบแก้วน้ำข้าง ๆ ขึ้นมา เงยหน้าดื่มน้ำในแก้วจนหมด โชคดีที่ครั้งนี้ระบบไม่ได้เตือนเธอว่าค่ามลทินเพิ่มขึ้น
เธอไม่ลืมกฎข้อที่สองของโลกนี้: นางเงือกต้องเติมน้ำให้พอดี
เธอขอแก้วน้ำอีกใบจากสาวใช้
"เธอกระหายน้ำมากเหรอ" เกรซถามด้วยความเป็นห่วง "น่าสงสาร คงเหนื่อยแย่แล้ว"
ถูหนานส่งยิ้มขวยเขินให้
อาหารในจานเธอไม่กล้าแตะอีก ได้แต่พยายามดื่มน้ำให้อิ่มท้องพร้อมกับกลืนน้ำลายไปพลาง ๆ
กลิ่นหอมเข้มข้นนั้นเกือบจะแทรกซึมไปทุกหนแห่ง ถูหนานนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร ได้ยินเสียงกลืนน้ำลายของสาวใช้ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ อย่างชัดเจน
ของพวกนี้ประหลาดเกินไปแล้ว
เธอขมวดคิ้ว เริ่มกังวลว่าในอีกไม่กี่วันข้างหน้าเธอจะประทังความหิวยังไง
จะไม่กินอะไรเลยก็คงไม่ได้
หลังอาหารค่ำ เกรซเป็นคนจัดการเรื่องที่พักให้เธอเอง เป็นห้องนอนที่กว้างขวางและสว่างมาก บนกำแพงมีหน้าต่างบานหนึ่งที่หันหน้าออกสู่ทะเล
"ขอให้มีความสุขในค่ำคืนนี้นะ" เกรซกอดเธอเบา ๆ แล้วออกจากห้องนอนไป
ถูหนานทันทีที่เธอปิดประตูก็เริ่มสำรวจว่ามีจุดผิดปกติในห้องหรือไม่ เธอตรวจสอบอย่างละเอียดรอบคอบ ไม่พบสิ่งใดที่น่าสงสัยเลย ที่นี่ดูเป็นแค่ห้องนอนธรรมดามาก
สายตาของเธอจับจ้องไปที่เตียงเจ้าหญิงลายลูกไม้กลางห้อง ม่านโปร่งนอกเตียงเจ้าหญิงกำลังพลิ้วไหวเบา ๆ จากลมที่พัดเข้ามาทางหน้าต่าง
เท้าทั้งสองข้างเจ็บจนเกือบชา เส้นประสาทที่ตึงเครียดตั้งแต่ก้าวเข้ามาในโลกนี้ทำให้เธอรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างผิดปกติ เตียงเจ้าหญิงนั่นส่งเสน่ห์เย้ายวนมหาศาลในสายตาของเธอ
จะพักที่นี่สักคืนเลยไหม
ถูหนานลังเลอยู่นิดหนึ่ง ก่อนจะเดินไปที่หน้าต่าง เตรียมจะปิดหน้าต่าง แต่ก็ถูกทิวทัศน์นอกหน้าต่างดึงดูดสายตาเอาไว้
ท้องทะเลยามค่ำคืนยิ่งดูลี้ลับ คลื่นทะเลปั่นป่วนรุนแรง ถึงไม่ได้ยินเสียง แต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของทะเล เธอเกิดมาจากแผ่นดินใน ไม่เคยเห็นทะเลมาก่อน จึงอดใจลอยไปไม่ได้ชั่วขณะ
【ค่ามลทินปัจจุบัน: ร้อยละ 6】
เสียงที่ดังขึ้นมากระทันหันทำให้เธอชะงักไป เธอไม่ได้ทำอะไรเลยแท้ ๆ ทำไมค่ามลทินถึงเพิ่มขึ้นอีก
เธอทบทวนถึงอาหารจานนั้นบนโต๊ะ เกรซบอกไว้โดยเฉพาะว่ามันจับมาจากทะเลลึกสด ๆ และตอนนี้เธอก็แค่ยืนที่หน้าต่างมองทะเลสักพัก ค่ามลทินก็เพิ่มขึ้น
หรือว่าค่ามลทินจะเกี่ยวข้องกับทะเล
ถูหนานตัดสินใจปิดหน้าต่างทันที แม้จะไม่รู้ว่าวิธีนี้จะป้องกันมลทินได้หรือไม่ แต่ตอนนี้เธอก็ไม่มีวิธีอื่น
เธอรู้เรื่องเกี่ยวกับโลกนี้น้อยมาก ยังต้องการเบาะแสมากกว่านี้
กฎข้อแรกก็บอกผู้เล่นถึงอันตรายของกลางคืน แต่ก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้ผู้เล่นออกไปตอนกลางคืน ดังนั้นเธอจึงคาดเดาว่า การออกไปตอนกลางคืนคงจะได้เบาะแสที่มีประโยชน์ไม่น้อย
เธอเกาตรงต้นขาที่คัน ๆ ตัวเองเบา ๆ
ตอนนี้คนรับใช้กับสาวใช้ในปราสาทยังไม่ได้พักผ่อน ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะแก่การสำรวจ เธอตั้งใจว่าจะพักสักครู่ก่อน ค่อยออกไปตอนดึก
เพื่อป้องกันตัวเองขาดน้ำ ถูหนานแช่น้ำร้อนอยู่ในอ่างนานถึงหนึ่งชั่วโมง แล้วนอนพักบนเตียงอีกสามชั่วโมง กระทั่งเงียบสงัดยามดึกจึงผลักประตูห้องนอนของตัวเองออกในที่สุด
ปราสาทยามค่ำคืนเงียบสงัด ทางเดินไร้ผู้คน
ถูหนานจำได้แม่น ห้องนอนของเธออยู่ชั้นสาม บันไดขึ้นมาห้องที่สอง เธอใช้มือยันกำแพง คลำทางไปในความมืด ในที่สุดก็มาถึงปากบันได
เธอตัดสินใจไปดูห้องครัวก่อน
อาหารประหลาดพวกนั้นตอนเย็นยังติดอยู่ในหัวของเธอไม่เลือนหาย ห้องครัวอาจมีข้อมูลที่เธอต้องการ
ห้องครัวอยู่ทางขวาของห้องรับประทานอาหารชั้นหนึ่ง ตอนที่เดินผ่านห้องอาหาร เธอเคยเห็นแม่ครัวหลายคนกำลังวุ่นวายในห้องครัว
ลงมาถึงชั้นหนึ่ง แสงจันทร์ส่องผ่านหน้าต่างชั้นหนึ่งทาเป็นน้ำค้างแข็งสีเงินบนพื้น รอบข้างเงียบกริบ เธออาศัยความทรงจำเดินไปทางห้องครัว
"อืออือ... อือ..."
เสียงที่ดังขึ้นมากะทันหันทำให้ถูหนานหยุดฝีเท้ากึก หัวใจเต้นแรงระรัว กระหน่ำแก้วหูเป็นระลอก ๆ
ทางทิศห้องครัวมีเสียงแผ่วเบาดังมา เหมือนผู้หญิงกำลังร้องไห้ เสียงเบามาก ลอยแว่วเข้าหูเธออย่างเลือนราง
เสียงร้องไห้ที่ขาดเป็นห้วง ๆ ราวกับสายฝนโปรยปราย ค่อย ๆ ซึมซาบเข้าสู่ร่างของเธอ ความหนาวเย็นสายหนึ่งแผ่ซ่านขึ้นมาจากฝ่าเท้า ถูหนานลังเลอยู่ในใจนิดหนึ่ง แต่ก็ตัดสินใจว่าจะไปดู
เธอเดินเข้าไปใกล้ห้องครัวอย่างระมัดระวัง พอถึงประตู ถึงได้พบว่าประตูห้องครัวไม่ได้ปิดสนิท แต่ถูกปิดเอาไว้เฉย ๆ ข้างในไม่มีแม้แต่ลำแสง มืดสนิท
เสียงร้องไห้ชวนขนลุกเมื่อครู่เริ่มชัดเจนขึ้น
"อืออือ... อือ..."
เสียงร้องไห้นั่นเหมือนมลทินทางจิตชนิดหนึ่ง พุ่งแทงเข้าไปในสมองของเธอไม่หยุด เธอเอามือกุมศีรษะแล้วส่ายหน้าแรง ๆ
"อืออือ... อือ..."
ถูหนานควบคุมตัวเองไม่ได้ ต้องยื่นหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ แนบหน้าเข้ากับช่องที่เปิดอยู่ครึ่งหนึ่ง พยายามจะมองภาพข้างในให้ชัด
ในห้องครัวมืดเกินไป มองอะไรไม่เห็นเลย เธอหรี่ตาลง จนดวงตาเริ่มปรับตัวเข้ากับความมืดนั้นได้แล้ว หัวใจก็หดตัวแรง
ถูหนานเบิกตากว้าง รูม่านตาหดเกร็ง สมองว่างเปล่าชั่วขณะ