“ติ๊ง! ยินดีด้วยที่สำเร็จภารกิจระดับ SSS ได้เป็นจ้าวแห่งศึกเทพผู้พิทักษ์ ได้รับม้วนมรดกวิญญาณบรรพกาล x1, คัมภีร์พัฒนาวิชา ‘สรรพสิ่งคืนสู่เถ้าธุลี’ x1, สิทธิ์ข้ามเขตแดนไร้ข้อจำกัด x1, ชื่อเสียง 1,200,000, ค่าประสบการณ์ 500,000,000”
“ติ๊ง! ยินดีด้วยที่ทะลวงขั้นภูมิ ขณะนี้คือขั้นเซียนระดับสูงสุด”
ครั้นสิ้นเสียงประกาศของกรรมการ ลานกว้างทั้งหมดพลันตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ก่อนจะระเบิดเสียงโห่ร้องกึกก้องราวกับคลื่นยักษ์ถาโถม
ชนเผ่าน้ำแข็งมากมายตื่นตันจนน้ำตาไหล พวกเขาโบกธงประจำเผ่า พร้อมตะโกนเรียกนามของ “อาซา” และ “อวิ๋นเช่อ” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสียงนั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความภาคภูมิที่ถูกกักเก็บมานาน
นี่คือครั้งแรกในรอบเกือบพันปีที่เผ่าน้ำแข็งเข้าใกล้บัลลังก์ผู้ชนะแห่งศึกเทพผู้พิทักษ์ได้ถึงเพียงนี้ และบัดนี้ ในที่สุดพวกเขาก็ทำได้แล้ว!
อาซายืนอยู่กลางเวทีประลอง พลังวิญญาณเยือกแข็งสีน้ำเงินค่อยๆ หุบสำรวมตัวลง สติของอวิ๋นเช่อได้ถอยกลับไปอย่างเงียบเชียบ เหลือไว้เพียงพลังอันอบอุ่นซึ่งปกป้องจิตใจของนาง
นางมองดูผู้คนที่กำลังเริงร่าอยู่เบื้องล่าง โดยเฉพาะใบหน้าของชนเผ่าน้ำแข็งที่คุ้นเคย ดวงตาของนางจึงเริ่มแดงระเรื่อ
จากแรกเริ่มที่ไม่มีใครคิดว่าจะชนะ จนกระทั่งฝ่าฟันอุปสรรคตลอดทาง ถึงขั้นเอาชนะผู้แข็งแกร่งชั้นยอดมากมาย ทุกอย่างราวกับเป็นการเดินทางในฝัน
ในใจนางตระหนักดี เกียรติยศทั้งหมดนี้ล้วนไม่อาจแยกขาดจากความช่วยเหลือของอวิ๋นเช่อได้
“อาซา! อาซา!... อวิ๋นเช่อ! อวิ๋นเช่อ!” เสียงโห่ร้องที่ดังกึกก้องราวกับจะพลิกฟากฟ้าให้คว่ำลง
บนแท่นสูง หัวหน้าและผู้อาวุโสของเผ่าน้ำแข็งตื่นตันจนตัวสั่น น้ำตาไหลอาบแก้ม พวกเขากำหมัดแน่น ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความยินดีที่ยากจะเชื่อ
ผ่านมากี่ปีแล้ว เผ่าน้ำแข็งถูกชนเผ่าอื่นมองว่าอ่อนแอตลอด ต้องทนรับสายตาดูถูกและความเหยียดหยาม แต่ในวันนี้ ชนเผ่าของพวกเขากลับยืนอยู่บนแท่นรับรางวัลสูงสุด ได้รับการจับจ้องจากทุกผู้คน
