“เขาตายแล้ว พวกเราไปหาผลึกโลหิตเทพเพลิงต่อเถิด”
เสียงของอวิ๋นเช่อสิ้นลง เขาก็พาอวิ๋นหลิงเสวี่ยบินตรงไปยังตำแหน่งรัศมีสมบัติแห่งที่สอง
ทั้งคู่เดินทางอย่างรวดเร็ว บินไปเพียงครึ่งชั่วยาม หุบเขาเบื้องหน้าก็ส่งคลื่นความร้อนระลอกแล้วระลอกเล่าแผ่ซ่านออกมา แม้อยู่ห่างออกไปหลายลี้ก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงอุณหภูมิสูงราวกับจะเผาผลาญทุกสิ่งให้เป็นจุณ
อวิ๋นเช่อหรี่ตามอง ชะลอความเร็วลอยค้างกลางอากาศ ปล่อยกระแสทิพย์สำรวจดู ครู่หนึ่งคิ้วก็เลิกขึ้น มุมปากยกยิ้มบาง เขาค้นพบคนรู้จักที่น่าสนใจคนหนึ่ง
นางคือหญิงสาวอัจฉริยะที่เคยดำรงตำแหน่งเทพธิดาร่วมกับฉินเย่หลานในสำนักรุ่งโรจน์ศักดิ์สิทธิ์ ซูเหยา
อวิ๋นเช่อจำได้ว่าอีกฝ่ายมีพรสวรรค์ย้อนกาลเวลาที่ยอดเยี่ยมมาก ซึ่งสามารถรับรู้อดีตและอนาคตของเป้าหมายได้
แน่นอน พรสวรรค์นี้ก็มีข้อจำกัดอยู่บ้าง การย้อนข้อมูลในอดีตยังพอว่า แต่ถ้าเกี่ยวข้องกับอนาคตก็ยากจะบอกได้
เพราะทุกเมื่อเชื่อวันโชคชะตาของแต่ละคนผันแปร ข้อมูลอนาคตที่มองเห็นด้วยพรสวรรค์ ย่อมไม่จำเป็นต้องแม่นยำที่สุด
โดยเฉพาะภายใต้การแทรกแซงอย่างจงใจ อนาคตยิ่งคาดเดาไม่ได้ กระทั่งอาจนำภัยมาสู่ตน
“คาดไม่ถึงว่านางจะเติบใหญ่ได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ เป็นถึงขั้นวิญญาณเทพระดับต้นแล้ว”
เวลานี้ซูเหยากำลังออกแรงกวัดแกว่งพลั่วเหล็กพิเศษ นางต้องการขุดกล่องหยกใบหนึ่งที่ถูกผนึกอยู่ในกำแพงอัคนีคริสตัลออกมา