“โอ๊ะ! แปดพันกว่าเม็ด ถือว่ามีเก็บเป็นกอบเป็นกำไม่น้อย ใช่ได้เลย” อวิ๋นเช่อแสดงความยินดีออกมาทางสีหน้า
ขณะนั้นเอง จานหมุนที่ลอยอยู่ก็ระเบิดออกด้วยเสียงโครม กลายเป็นผลึกน้ำแข็งแสงสีกระจายเต็มฟ้า ราวกับส่งเสียงโห่ร้องเฉลิมฉลองให้แก่ผู้ชนะ
นักรบเกราะผู้ถูกจับคู่เข้ามานั้นก็ถูกส่งกลับไปยังตำแหน่งเดิมของเขาทันทีที่จานหมุนหายไป
ฝูงชนโดยรอบเกิดอุกอาจคึกคักขึ้นทั้งบริเวณ คนที่เพิ่งลงเดิมพันไปหลายคนหน้าเสียจนซีดเขียว ยิ่งพวกที่เคยประกาศว่าอวิ๋นเช่อจะรอดจากสามเกมกลไม่ได้ ยิ่งอยากหาช่องดินมุดลงไปซะให้รู้แล้วรู้รอด
“บัดซบ! เทพชั้นกลางคนนี้มีที่มาแห่งหนใดกัน? แม้แต่เหลยหมักบ้าเลือดยังถูกมันขู่จนตับแตก!”
“ใครจะรู้ ดูท่าทางของเหลยหมักแล้ว ไม่ทราบว่าฐานฝีมือจริงของเจ้าหนูนี่จะเหนือกว่าเทพชั้นกลางหรือไม่?”
เสียงซุบซิบพลุกพล่านขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้สายตาของทุกคนที่มองมายังอวิ๋นเช่อกลับเต็มไปด้วยความเกรงขามและความอยากรู้อยากเห็น
เฟราชิงเจ้าหญิงตัวจิ๋วยืนอยู่ใต้เวที ใบหน้าน้อยเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ยกกำปั้นน้อยขึ้นเหวี่ยงอย่างแรง “ว้าว เช่อชนะแล้ว!”
อวิ๋นเช่อยิ้ม สายตากวาดมองผู้คนรอบด้าน แววตาที่แต่ก่อนเต็มไปด้วยการเย้ยหยันและการมาดูโชว์ ณ บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นความระแวงกลัว เขาโค้งมือเล็กน้อย แล้วฝูงชนก็เริ่มสลายตัวไป
“ไปกันเถอะ! ไปล่าโจรกัน”
อวิ๋นเช่อยิ้มที่มุมปาก เขารู้สึกว่าตนได้ค้นพบวิธีสะสมผลึกเวิ้งว่างอย่างรวดเร็วเสียแล้ว
สำหรับคนอื่น จานเดิมพันผลึกเวิ้งว่างเป็นสิ่งหายากนัก แม้ได้มาโดยบังเอิญก็อาจไม่กล้าใช้
แต่สำหรับเขา ขอเพียงจับได้ซึ่งผลึกเวิ้งว่าง ก็มีโอกาสแปรเปลี่ยนเป็นจานเดิมพันผลึกเวิ้งว่าง แล้วจับคู่ไปกับเหยื่อโง่เขลาต่อไป
ก่อนออกเดินทาง อวิ๋นเช่อตรวจดูม้วนภารกิจเรื่องการปราบโจรเวิ้งว่างอีกครั้ง
