อวิ๋นเช่อได้วางกับดักกลืนกินไว้ยังปากทางเดินมาแล้ว จึงหัวเราะเยาะเสียงหนึ่ง เงยมือขึ้นกระชับอย่างรุนแรง พลังสีเทาเต็มฟ้ามหาศาลพุ่งรวมตัวทันที บีบรัดคอแห่งมารเทพเปลวเพลิงทมิฬจนแน่นหนึบ แล้วฉุกเขากลับมาอย่างไร้ความปรานี
“มือกลืนสวรรค์ ดูดให้ข้า!”
มารเทพเปลวเพลิงทมิฬมองอุ้งมือสีเทามโหฬารที่ผุดขึ้นอย่างกะทันหัน รูม่านตาหดตึง ตะโกนก้องว่า “การกลืนกินคือเล่ห์เหลี่ยมแห่งพวกเผ่าปีศาจเรา เจ้าไม่มีคุณสมบัติครอบครอง! ดูให้ดีว่าข้าเทพจะกลืนกินเจ้า แมลงสาบตัวน้อย!”
ยังไม่ทันคำจะจบ ปากของมารเทพเปลวเพลิงทมิฬก็ขยายมโหฬารอย่างฉับพลัน แรงดูดมหาประลัยผุดพรวดขึ้น ท้าทายปะทะกับมือกลืนสวรรค์ของอวิ๋นเช่อโดยตรง
อุ้งมือสีเทาปะทะแรงดูดสีดำ ประจันหน้ากันจนปฐพีรอบด้านถูกฉีกบิดเบี้ยว สายธารอากาศคลุ้มคลั่งวิ่งระส่ำระสาย คลื่นพลังที่ปลุกปั่นขึ้นบดขยี้ภูผาและหินโดยรอบให้กลายเป็นผงธุลี
มารเทพเปลวเพลิงทมิฬบัดนี้ได้สูญเสียพลังไปมากมาย การบังคับใช้วิชากลืนกินกลับโดยฝืนยิ่งทำให้อากาศของนางเบาบางคลอเคลีย แรงดูดสีดำไม่นานก็ทรุดถอยลง
เห็นดังนั้น หนี่วหุ่นและพรรคพวกต่างหยิบเอาเล่ห์เหลี่ยมร้ายกาจสุดชีวิตออกมา ตั้งใจช่วยร่างหลักคว้าเอาของวิเศษเสริมพลังชิ้นนี้ในคราเดียว
แทบจะเป็นเวลาเดียวกัน หนี่วหุ่นดึงผ้าคาดสีดำออกจากดวงตาเปิดเผยตาคำสาป หนิวเกินกล้ามเนื้อทั่วร่างระเบิดขยายเป็นเท่าตัว เงามังกรหมุนวนบนหมัดขวา หนี่วสุยกลั่นขวานยักษ์เชิดฟ้าขึ้นอีกครั้ง หนี่วเหยียนปลดปล่อยพลังเพลิงทั้งหมด หนี่วซิงปลดปล่อยมือซ้ายอาถรรพ์ที่ตอกหมุดไว้ด้านหลัง
