หรือจะเป็นเพื่อนบ้านที่เห็นบ้านพังเลยมาช่วย?
คิดได้ดังนั้น
ใจของหนิวหงก็พลันเอ่อล้นด้วยความซาบซึ้งอย่างบอกไม่ถูก
นับตั้งแต่พ่อกับแม่เสีย
นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าตนเองและน้องสาวยังไม่ได้ถูกหมู่บ้านหนิวเจียทอดทิ้ง ในหมู่บ้านยังมีคนดีๆ อย่างพี่สะใภ้ตงเซิงกับพี่ตงเซิงที่ยินดีช่วยเหลือและช่วยชีวิตพวกเขา
ด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความกตัญญู
หนิวหงจึงเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว
เมื่อก้าวเข้าไปในลานบ้าน ก็เห็นคนผู้หนึ่งกำลังก้มๆ เงยๆ ง่วนอยู่กับกองซากปรักหักพัง คล้ายกำลังค้นหาอะไรสักอย่าง
เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายตกใจ หนิวหงจงใจย่องเท้าให้เบาลง แล้วค่อยๆ เข้าไปใกล้ซากบ้าน
คนที่กำลังคุ้ยเขี่ยอยู่รู้สึกถึงความเคลื่อนไหวข้างหลัง จึงรีบยืดตัวตรง หันมามอง ตาเบิกกว้างในเสี้ยววินาที ร่างกายเอียงไปด้านข้าง เกือบจะล้มลงไปกองบนกองหิมะ
“หนิว... หนิวหง... นี่แกเป็นคนหรือเป็นผีกันแน่?”
“แกน่ะเอง?”
พอเห็นหน้าเจ้าตัวชัดๆ หนิวหงก็ทั้งประหลาดใจและความกตัญญูที่มีนั้นก็มลายหายวับไปทันที ที่เหลือทิ้งไว้มีเพียงความโกรธแค้นในใจ
คนตรงหน้าไม่ใช่ใครอื่น เป็นไอ้อันธพาลประจำหมู่บ้าน — หนิวชุน ปีนี้อายุยี่สิบเก้า
คนโสด
ลักเล็กขโมยน้อย กินเหล้าเมายา เล่นการพนัน ย่องเข้าซ่องโสเภณี เขาช่ำชองทุกอย่าง(ก่อนการปลดปล่อย)
กลางคืนเคาะประตูบ้านแม่ม่าย กลางวันจีบสาวน้อยเมียชาวบ้านเป็นความถนัดของเขา(หลังการปลดปล่อย)
ก่อนหน้านี้เห็นว่าเขานั้นซื่อๆ เลยมักจะชอบรังแกเขาไม่น้อย
สำหรับเขาแล้ว หนิวหงไม่เหลือภาพจำดีๆ แม้แต่น้อย
“แกมาบ้านฉันทำไม? เชิญออกไป” น้ำเสียงของหนิวหงแข็งกร้าวขึ้นมาทันใด
“หนิวหง ฉันมาช่วยแกนะ ทำไมพูดกับฉันด้วยท่าทีแบบนี้?”
หลังจากผ่านความตื่นตระหนกในตอนแรก และตระหนักได้ว่าหนิวหงไม่ใช่ผีแต่เป็นคนจริงๆ หนิวชุนเองก็เริ่มสงบสติได้
“บ้านฉันไม่ต้อนรับแก เชิญออกไป”
หนิวหงหลบไปด้านข้าง พร้อมชี้มือไปที่ประตูใหญ่ของลานบ้าน เป็นการออกคำสั่งไล่แขก
หนิวหงไม่มีทางเชื่อว่าในตอนเช้าตรู่เช่นนี้ ไอ้อันธพาลหนิวชุนจะมีน้ำใจมาช่วยเหลือตัวเอง
“เหอะๆ อยากให้ฉันไปก็ได้นะ จ่ายค่าไถ่มาสิ แล้วฉันจะไปทันที ไม่ได้โก่งราคาหรอกนะ แค่ยี่สิบหยวนก็พอ” หนิวชุนว่า พลางยื่นมือข้างหนึ่งออกไปทางหนิวหง
“ไสหัวไป อย่ามาพูดจาไร้สาระ เชื่อไหมว่าฉันจะตีแก?”
“ไม่เชื่อ มีฝีมือแกก็มาตีฉันสิ!” หนิวชุนชี้นิ้วมาที่ปลายจมูกของตัวเอง แล้วส่งสายตาดูแคลนให้หนิวหง
เมื่อหนิวหงเห็นท่าทางนั้น รอยยิ้มลึกลับก็ปรากฏวาบขึ้นบนใบหน้าทันใด เขากวาดหิมะขึ้นมากำหนึ่งแล้วเขวี้ยงใส่หน้าของหนิวชุนเต็มแรง
ขณะที่อีกฝ่ายกำลังหลบ หนิวหงก็พลิกความคิด แวบเดียวไม้เบสบอลก็ถูกเขาย้ายออกจากคลังแสงมาปรากฏเหนือนภาด้านหลังของหนิวชุน ก่อนจะฟาดลงไปที่ก้นของอีกฝ่ายอย่างจัง
“อ๊าก! โอ้ยยย เจ็บชะมัด แม่งเอ๊ย หนิวหง ฉัน...”
หนิวชุนเอามือกุมก้นตัวเองไว้พลางร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวด ในตอนนี้มือของหนิวหงได้เปลี่ยนมาเป็นกระบองไม้ และฟาดลงมาที่ก้นของหนิวชุนอีกครั้ง
ส่วนไม้เบสบอลก็ถูกเขาเก็บกลับเข้าไปในคลังแสงเรียบร้อยแล้ว
“อ๊ากกก...”
ก้นที่โดนตีเข้าให้อีกรอบทำให้หนิวชุนกระโดดเผ่นหนีไปทางประตูรั้วบ้านไป ปากก็ไม่หยุดตะโกนร้อง “อ๊าก... ฆ่ากันแล้ว! หนิวหงจะฆ่าฉันแล้ว!”
หนิวหงยืนถือกระบองไม้ค้ำกายอยู่ตรงหน้าประตูบ้าน มองดูหนิวชุนที่กำลังตะโกนโวยวายอยู่กลางถนนด้วยสายตาเย็นชา ไม่มีท่าทีหวั่นไหวใดๆ เลยแม้แต่น้อย
เสียงร้องโหยหวนในยามเช้าอันเงียบสงัดลอยไปไกล ก้องสะท้อนไปทั่วผืนฟ้าเหนือหมู่บ้าน
ไม่นานนัก
ชาวบ้านต่างก็ออกจากบ้านมามุงดูด้วยความสงสัย หนึ่งในนั้นคือพ่อกับแม่ของหนิวชุน (หนิวเหลียนเซิงและหูหลีจิง)
เมื่อเห็นลูกชายของตนถูกทำร้าย หนิวเหลียนเซิงก็คำรามเสียงดังลั่นว่า
“หนิวหง ไอ้ลูกหมา กูขอสู้ตายกับมึง!”
พูดจบก็ไม่สนใจหิมะบนพื้นที่จะลื่นเปียกแค่ไหน วิ่งงับๆ มุ่งตรงไปยังหนิวหง เอาหัวพุ่งเข้าใส่
หนิวหงหลบไปข้างหนึ่ง
หนิวเหลียนเซิงหยุดร่างตัวเองไว้ไม่อยู่ ชนเข้ากับเสาประตูไม้ไผ่เสียงดังตึง รู้สึกได้แต่เพียงว่าหัวของตัวเองนั้นโหวงๆ วิ้งๆ ตาลายไปหมด
ยังไม่ทันที่หนิวเหลียนเซิงจะตั้งสติได้ เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งก็ตวาดใส่เขาว่า
“ไอ้ตาลุงแก่ แกยังจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนอีก? มารังแกคนอื่นถึงหน้าบ้านเขาเลยรึ?”
เสียงดุดังกล่าวลอยเข้าหูของหนิวหงด้วยเช่นกัน ทำให้เขาดีใจหนักหนา พลางคิดในใจว่า เช้าตรู่แบบนี้ทำไมเธอถึงมาได้ล่ะ?
“แกเป็นใคร?”
หนิวเหลียนเซิงมองไปยังหญิงสาวที่เดินออกมาจากด้านหลังกลุ่มคน สายตาเป็นประกายวาวโรจน์ขึ้นมาทันใด
เด็กนี่มันช่างน้ำมีนวล ช่างสวยสะพรั่งจริงๆ เลย!
ผิวพรรณขาวนวล แก้มใสระเรื่อชมพู ดวงตากลมโต คิ้วเรียวสวยเหมือนใบหลิว สูงราวๆ หนึ่งเมตรเจ็ดสิบกว่าๆ ไม่อ้วนไม่ผอมเกินไป
สวมเสื้อคลุมยาวลายดอกสีแดงเขียวตัดเย็บแบบตะเข็บเฉียง คล้องผ้าพันคอลายดอกไว้ที่คอ มีผมเปียสองข้างที่ทั้งหนาและยาว ห้อยตกลงมาบนอก
ยืนอยู่อย่างนั้นเงียบๆ ราวกับภาพหญิงงามโบราณที่เดินออกมาจากภาพวาดปีใหม่ยังไงยังงั้น ท่ามกลางเหล่าผู้คนที่หน้าตาหมองคล้ำโรยแรงเหมือนซากไม้แห้งๆ นับว่าดูโดดเด่นผิดแผกเป็นอย่างยิ่ง
“ยายเป็นใครมันเรื่องของแกด้วยรึไง?” หม่า หลานฮวา สวนกลับไปอย่างไม่เกรงใจ
“หลานฮวา รองเท้าดีๆ จะไปเหยียบขี้หมาทำไมกัน อย่าไปสนใจเขาเลย รีบมานี่เถอะ”
หนิวหงมองไปที่หม่า หลานฮวา เกรงว่าเธอจะเสียเปรียบ จึงรีบเอ่ยปากเตือน
“พี่หง สองคนนี้มันเกินไปแล้วนะ น่าให้กองกำลังอาสาสมัครมาจับพวกมันไปให้หมด” หม่า หลานฮวาเดินมาถึงตรงหน้าหนิวหงพลางเอ่ยเสียงดัง
“เธอมาได้ยังไงกัน? ถ้าแม่เธอรู้เข้า ต้องโดนด่าเอาน่ะสิ” หนิวหงลดเสียงลงแล้วพูด
เขามองดูหม่า หลานฮวา ด้วยความเป็นห่วง ความทรงจำมากมายหลั่งไหลท่วมท้นขึ้นมาในอก
หม่า หลานฮวา เป็นเพื่อนบ้านของป้าสะใภ้คนที่สองของหนิวหง ปู่ของเธอเป็นพรานป่าชื่อดังในหมู่บ้าน
ก่อนการปลดปล่อย พ่อแม่ของหม่า หลานฮวาเปิดร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์หนังสัตว์อยู่ในอำเภอ เนื่องจากงานยุ่งมาก หล่อนจึงจำต้องใช้ชีวิตอยู่กับปู่ย่าที่บ้านเกิด
ตอนเด็กๆ หนิวหงมักไปบ้านของป้าสะใภ้คนที่สองอยู่เสมอ ไปๆ มาๆ เด็กรุ่นราวคราวเดียวกันทั้งสองก็กลายมาเป็นเพื่อนเล่นที่ดีต่อกัน มิตรภาพในวัยเด็กนี้ยืนยาวต่อเนื่องจนถึงตอนเป็นหนุ่มสาว
หลังการปลดปล่อย พ่อแม่ของหม่า หลานฮวากลับมาที่หมู่บ้านหม่าเจียซึ่งเป็นบ้านเกิด จึงทราบเรื่องราวของทั้งสองคน
แม่ของหล่อนคัดค้านอย่างเต็มที่ที่หม่า หลานฮวาจะคบหากับหนิวหง
ส่งผลให้การพบกันของทั้งคู่ในแต่ละครั้งต้องหลบๆ ซ่อนๆ ไม่อย่างนั้นถ้าให้แม่ของหล่อนรู้เข้า หม่า หลานฮวาจะต้องโดนดุด่าสักชุดหนึ่งอย่างไม่มีทางเลี่ยง
วันนี้ หม่า หลานฮวาเองก็คงแอบวิ่งมาหาอีกเช่นเคย
“มีเรื่องเล็กๆ หน่อยอยากมาปรึกษากับแกน่ะ”
ระหว่างที่พูด ในหน้าของหม่า หลานฮวาแฝงไว้ด้วยท่าทีเขินอายระคนประหม่า มีสีแดงระเรื่อขึ้นบนแก้มนิดๆ ในแววตาฉายประกายแห่งห้วงน้ำวสันต์ เป็นระลอกคลื่นสั่นไหว หวานซึ้งจับจิตใจ
หนิวหงใจสั่นไหววูบหนึ่ง แล้วจึงกล่าวว่า
“อ่อ มีธุระนี่เอง ไว้ค่อยคุยทีหลัง...”
ยังพูดไม่จบประโยค ก็ได้ยินเสียงร้องไห้โหยหวนของผู้หญิงคนหนึ่ง
ในตอนนี้ หนิวเหลียนเซิงล้มลงนอนบนพื้นหิมะเรียบร้อยแล้ว หูหลีจิง ภรรยาของเขากำลังคร่ำครวญอยู่คร่อมร่างสามี
หูหลีจิงนั้นบ้านเดิมอยู่หมู่บ้านหูเจีย มีพี่น้องรวมหกคน เธอเป็นคนที่หก มีพี่ชายอยู่ห้าคนข้างบน
ในฐานะลูกคนสุดท้อง แถมยังเป็นผู้หญิง จึงเป็นที่รักของพ่อแม่และบรรดาพี่ชายตั้งแต่เล็ก หล่อหลอมจนมีนิสัยโหดเหี้ยมชอบวางอำนาจ
เมื่อวันเวลาผ่านพ้น หูหลีจิงที่ครอบครัวทางบ้านนั้นมีหลานๆ เพิ่มขึ้นมาอีกกว่ายี่สิบคน และหลานๆ หลายคนนั้นก็เป็นพวกที่กินเงินเดือนหลวง
บ้างก็ทำงานอยู่ในหน่วยงานราชการประจำมณฑลบ้าง บ้างทำงานในคณะกรรมการส่วนภูมิภาคบ้าง ยังมีคนที่ทำงานในอำเภอและคอมมูนบ้าง
ด้วยเรี่ยวแรงหนาจากอำนาจครอบครัวฝั่งตัวเอง หูหลีจิงจึงยังคงวางมาดเกรี้ยวกราดอยู่ในหมู่บ้านหนิวเจีย ไม่เห็นผู้ใดอยู่ในสายตา
ครั้นมาเห็นผู้ชายและลูกชายของตัวเองต้องมาเสียเปรียบต่อหน้าหนิวหงอย่างยับเยินถึงเพียงนี้ จะใจกว้างยอมเลิกราง่ายๆ ได้อย่างไร?
หล่อนกะพริบตาให้หนิวเหลียนเซิงทีหนึ่ง หนิวเหลียนเซิงก็เข้าใจทันที ล้มตัวลงนอนบนพื้นหิมะ แล้วเล่นละครตบตาคู่กับภรรยาของตน
หนิวชุนเห็นเหตุการณ์ก็รู้ว่าพ่อกับแม่ของตนจะทำอะไรต่อไป จึงรีบมาที่ข้างๆ พ่อกับแม่ ทำสีหน้าทุกข์ตรม ฟ้องร้อง
“แม่จ๋า แม่เห็นหมดแล้วใช่ไหม หนิวหงไอ้ลูกเต่านี่มันรังแกฉันกับพ่อยังไง
ก้นของลูกมันถูกมันตีซะบวม ตอนนี้ปวดมากเลยนะ!”
หูหลีจิงได้ฟังดังนั้นก็คิ้วโก่งขึ้น กระเด้งลุกขึ้นยืน ก้าวเท้าเข้าไปหาหนิวหงทีละก้าวๆ