มีพี่น้องเช่นนี้ ฮั่วจิ่วหนานยังจะพูดอะไรได้อีก?
เขาลุกขึ้นก้าวไปข้างหน้า ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับตงหวง “ฉางเซิง มาสู้กัน!”
เมื่อเผชิญหน้ากับตี้จวิ้นและตงหวงผู้มีจิตต่อสู้สูงเสียดฟ้า ฉางเซิงพลันรู้สึกราวกับได้ย้อนกลับไปยังยุคบรรพกาล
ครั้งนั้นเองที่สองพี่น้องคู่นี้ร่วมมือกันสะกดข่มและขับไล่เขา
เขาส่ายศีรษะเบา ๆ พยายามขจัดทั้งความรู้สึกพ่ายแพ้และอาการวิงเวียนออกไป
เขารู้ดีว่าปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปไม่ได้ ต้องเปลี่ยนจากฝ่ายรับเป็นฝ่ายรุก
“ฮ่า ๆ ๆ ที่จริงตอนนั้นพวกเราก็เสมอกัน”
“ตอนนี้สวรรค์แห่งแสงสว่างไม่อยู่แล้ว ต่อให้จักรพรรดิสวรรค์หวงกู่ยอมตายไปพร้อมกับข้า ก็ทำไม่ได้หรอกกระมัง?”
ทันทีที่บุตรแห่งกาลเวลากล่าวจบ เขาก็รู้สึกว่าดินแดนบรรพชนจื้อเหรินทั้งผืนเริ่มสั่นสะเทือนไม่หยุด
จากนั้นรูปสลักขนาดมหึมาก็ค่อย ๆ ผุดขึ้นมา ดูเก่าแก่และผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งวันวาน
รูปสลักมีสามใบหน้า เดิมทีแต่ละหน้าควรหันมองอดีต ปัจจุบัน และอนาคต
ทว่าขณะนี้ทั้งสามหน้ากลับมองไปยังทิศทางเดียวกัน นั่นคือฮั่วจิ่วหนาน
ฮั่วจิ่วหนานยิ้ม พลางประสานมือคารวะ “พี่สามหน้า”
รูปสลักเอียงกายเล็กน้อย รับเพียงการคารวะครึ่งหนึ่ง
“องค์จักรพรรดิ”
จากนั้นทั้งสามใบหน้าก็หมุนพร้อมกัน สายตาเก่าแก่ทอดลงบนบุตรแห่งกาลเวลา
“สามหน้าไร้ความสามารถ ยินดีรับหน้าที่แทนสวรรค์แห่งแสงสว่างชั่วคราว”
สิ้นเสียงของเทพผู้ยิ่งใหญ่สามหน้า ความมืดมิดไร้ขอบเขตก็โหมกระหน่ำเข้ามา
