หลังฟ่านเซิ่งอิงเป็นอัมพาตได้ไม่นานก็เสียชีวิต สุขภาพของพ่อแม่ที่แก่ชราก็ทรุดโทรมลงทุกปี
ฟ่านเซิ่งเหมยรู้ว่าวันนี้ต้องมาถึงไม่ช้าก็เร็ว เพียงแต่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นเอาช่วงใกล้สิ้นปี
เรื่องงานเธอก็ยังจัดการได้อย่างเป็นระเบียบ
หลังวางสายจากผู้อำนวยการหวัง ฟ่านเซิ่งเหมยก็เปิดระบบสำนักงานออนไลน์ของบริษัทเพื่อยื่นใบลา เลือกเป็นลากิจ และกรอกเหตุผลว่าพ่อแม่ป่วยหนักกะทันหัน อาการวิกฤต จำเป็นต้องรีบกลับหนานทงไปจัดการ
ขอลาไว้ 2 วัน พร้อมหมายเหตุว่าจะยื่นเรื่องลางานศพเพิ่มเติมตามสถานการณ์
หัวหน้าฝ่ายการเงินอนุมัติอย่างรวดเร็ว ทั้งยังส่งข้อความกลับมาด้วย
“เสี่ยวฟ่าน เรื่องงานไม่ต้องเป็นห่วงนะ ถ้ามีอะไรให้แจ้งฝ่ายบุคคลได้ตลอด ลางานศพก็ทำตามระเบียบได้เลย”
บริษัทหูเยียนซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจระดับเทศบาลของเซี่ยงไฮ้ มีกฎระเบียบด้านบุคลากรชัดเจน เมื่อญาติสายตรงเสียชีวิต พนักงานจะได้ลางานศพโดยได้รับค่าจ้าง 3 วัน
หากต้องเดินทางไปจัดงานศพต่างถิ่น จะได้วันลาเดินทางเพิ่มอีก 1 วัน รวมเป็น 4 วัน โดยได้รับเงินเดือนเต็มจำนวน และสหภาพแรงงานยังมีเงินช่วยเหลือค่าจัดงานศพให้ด้วย
ฟ่านเซิ่งเหมยลากิจ 2 วัน บวกกับลางานศพ 4 วัน จากนั้นก็ต่อด้วยวันหยุดตามกฎหมายช่วงเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ 7 วัน ตามธรรมเนียมของบริษัท ยังได้วันหยุดพิเศษเพิ่มอีก 2 วัน
พอนับรวมกันแล้วก็กลายเป็นวันหยุดยาวครึ่งเดือนพอดี
หลังจัดงานศพเสร็จ เธอยังพักฟื้นได้อีกสองสามวัน ไม่ต้องรีบร้อนจนเกินไป
ก่อนวันขึ้น 15 ค่ำเดือนหนึ่ง พวกเธอแทบจะทำงานกันแบบไม่เต็มกำลัง จังหวะงานผ่อนคลายมาก เท่ากับมีวันหยุดเพิ่มมาอีกช่วงหนึ่ง
