ชิวอิงอิงเป็นคนร่าเริงมีชีวิตชีวา พอเห็นฟ่านเซิ่งเหมยก็รีบเข้าไปจับมือเธอ แล้วถามเจื้อยแจ้วไม่หยุด
“พี่ฟ่าน บ้านหลังนี้พี่ตกแต่งเองจริง ๆ เหรอ? สวยมากเลย!
ปกติพี่อยู่บ้านหลังใหญ่ขนาดนี้คนเดียวเหรอ?”
กวนจวีเอ๋อร์ยืนอยู่ข้าง ๆ ท่าทางค่อนข้างเกร็ง เธอโค้งตัวเล็กน้อยแล้วเอ่ยเสียงเบาว่า “สวัสดีค่ะพี่ฟ่าน” แต่สายตาก็อดลอบสำรวจอีกฝ่ายไม่ได้ แววตาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ฟ่านเซิ่งเหมยตอบรับทีละคนด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง ก่อนอธิบายกฎการเช่าบ้านคร่าว ๆ
ห้ามพาคนนอกกลับบ้านตามใจชอบ พื้นที่ส่วนกลางให้ผลัดกันทำความสะอาด และหลังห้าทุ่มควรพยายามรักษาความเงียบ
ทุกข้อฟังดูสมเหตุสมผล ทั้งสองจึงรีบพยักหน้ารับ
ชิวอิงอิงกับกวนจวีเอ๋อร์เซ็นสัญญากันทันที
กวนจวีเอ๋อร์เลือกห้องนอนรองที่ใหญ่กว่านิดหน่อย ส่วนชิวอิงอิงอยู่ห้องรับรองแขกที่เล็กกว่า
ชิวอิงอิงยังบอกอีกว่า เดี๋ยวเธอจะขนสัมภาระเข้ามาเลย
หลังส่งทั้งสองคนกลับ ฟ่านเซิ่งเหมยก็ยืนมองลงไปจากริมหน้าต่างห้องนั่งเล่น
ชิวอิงอิงกำลังกระโดดโลดเต้นพลางพูดอะไรบางอย่างกับกวนจวีเอ๋อร์ สีหน้าแววตาเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นที่จะได้ย้ายบ้านใหม่
ตอนนี้สมาชิกทั้งสามคนของห้อง 2203 ก็ครบแล้ว ต่อไปก็เหลือแอนดี้กับฉวีเสี่ยวเซียว
หลังจากชิวอิงอิงกับกวนจวีเอ๋อร์ย้ายเข้ามาได้ไม่กี่วัน ห้อง 2201 ที่อยู่ติดกันกับห้อง 2202 ฝั่งตรงข้ามก็เริ่มรีโนเวตไล่เลี่ยกัน
เสียงสว่านไฟฟ้ากับเสียงทุบผนังดังสนั่นสลับกันไปมาตามทางเดิน ทั้งชั้นจมอยู่ในเสียงก่อสร้างครืนครั่น
ยังดีที่ตอนปรับปรุงบ้าน ฟ่านเซิ่งเหมยกำชับเรื่องการเก็บเสียงไว้อย่างเข้มงวด ทั้งย้ำกับทีมช่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า
คราวนี้มาตรการเหล่านั้นก็ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่
