ในห้องน้ำ หมอกไอน้ำบางเบา ลู่เจี้ยนเซินกำลังอาบน้ำ
หนานซีห่อผ้าห่มลุกจากเตียง เมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อคืน ใบหน้าเล็ก ๆ ของเธอแดงระเรื่อ
แม้จะเป็นสามีภรรยากันแล้ว แต่ทุกครั้งที่ผ่านช่วงเวลาหวานชื่น เธอก็ยังรู้สึกเขินอายยิ่งนัก
เสียงน้ำหยุด ลู่เจี้ยนเซินเดินออกมาพร้อมผ้าขนหนูพันรอบเอว
เธอส่งเสื้อผ้าให้ “อาหารเช้าเสร็จแล้ว เดี๋ยวฉันรอกินด้วยกันข้างล่างนะ”
“อืม!”
ลงมาชั้นล่าง หนานซีหยิบเค้กออกจากตู้เย็นอย่างระมัดระวัง วางตรงกลางโต๊ะอาหาร
ในมือเธอกำใบตรวจครรภ์ไว้แน่น เพราะตื่นเต้น หัวใจจึงเต้นระรัว
วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานสองปี คิดจะบอกเรื่องตั้งครรภ์กับเขา หนานซีทั้งตื่นเต้นและตั้งตารอ
ลู่เจี้ยนเซินเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วเดินลงมา ชุดสูทสีดำตัดเย็บด้วยมือ เนรมิตให้เขาดูสง่างามมีเสน่ห์ รูปงามดุจเทพ
กินอาหารเช้าเสร็จ หนานซีกำรายงานผลตรวจไว้แน่น สูดหายใจลึก เอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้น “เจี้ยนเซิน ฉันมีเรื่องอยากคุยกับคุณ”
“พอดี ผมก็มีเรื่องอยากคุยกับคุณเหมือนกัน”
“งั้นคุณพูดก่อน”
ลู่เจี้ยนเซินลุกขึ้น หยิบเอกสารจากลิ้นชัก นิ้วเรียวยาวค่อย ๆ ยื่นให้หนานซี
“นี่คือสัญญาหย่า คุณลองใช้เวลาอ่านดู”
หนานซีไม่ทันตั้งตัว พยายามควบคุมอย่างที่สุดไม่ให้ตัวเองล้มลง
เธอสูดลมหายใจอย่างแรง อากาศที่กรีดเข้าในปากราวมีดกรีดจนเจ็บแปลบ
เขาพูดว่าสัญญาหย่า?
สมองว่างเปล่าไปชั่วครู่ หนานซีจึงหวนคืนเสียงได้ ถามเขาอย่างงุนงง
“คุณจะหย่ากับฉันหรือ?”
“อืม”
น้ำเสียงเขาเบาหวิวยิ่งนัก
หนานซีกำใบตรวจครรภ์แน่น กำลังจะถามเขา ว่าไม่มีทางหวนคืนอีกแล้วหรือ?
หากระหว่างเรามีลูกด้วยกันล่ะ?
คุณจะลองคิดทบทวนอีกสักหน่อยไหม?
ทันใดนั้น เสียงของเขาก็ดังมา “ชิงเหลียนกลับมาแล้ว ผมอยากยุติชีวิตสมรสเราก่อนกำหนด แต่เดิมเราตกลงกันไว้สามปี แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป ยุติก่อนหนึ่งปีเถิด”
“ผมรู้ว่าอาจกะทันหันไปบ้าง นี่คือร่างข้อตกลง คุณลองดูก่อน มีข้อเรียกร้องอะไรเสนอมาได้ ตราบใดที่ไม่เกินเลยมากไป ผมจะตอบสนองให้คุณทุกอย่าง”
หนานซีสมองว่างเปล่า พลางรับคำ “ได้ เดี๋ยวฉันอ่าน”
เธอเอามือไพล่หลัง ใบตรวจครรภ์ในมือถูกเธอกำแน่น ซึมออกด้วยหยาดเหงื่อละเอียดชั้นแล้วชั้นเล่า
เธอรู้ดี ว่าไม่จำเป็นต้องเอาออกมาอีกแล้ว
“ยังมีเรื่องหนึ่งต้องรบกวนคุณ” ลู่เจี้ยนเซินกล่าว
หนานซีบีบมือแน่น พยายามเงยหน้ามองเขาแล้วยิ้ม “ได้ พูดมาเถอะ ตราบใดที่ฉันช่วยได้”
“เรื่องหย่า คุณเป็นคนบอกคุณปู่ ผมบอกเองท่านคงไม่ยอม”
“ได้ ฉันเข้าใจ”
เดิมทีเธอเป็นเด็กสาวธรรมดา ครอบครัวก็แสนจะสามัญ แม่เป็นพยาบาล พ่อเป็นนักพนัน
ครอบครัวเช่นนี้ ไม่ว่าอย่างไรก็เอื้อมไปถึงตระกูลลู่ไม่ได้
จุดเปลี่ยนทั้งมวล เป็นเพียงเพราะตอนนั้นคุณปู่กับพ่อของลู่เจี้ยนเซินถูกคู่แข่งทางธุรกิจบงการ ประสบอุบัติเหตุรถชน สะเทือนถึงโรคหัวใจของทั้งคู่
แม่ของเธอบังเอิญผ่านมา ด้วยความใจดีจึงช่วยชีวิตผู้ใหญ่ทั้งสอง
หลายปีต่อมา แม่ป่วยเป็นมะเร็ง จากไปอย่างไร้อาลัย พ่อก็เป็นนักพนัน แม่ไม่วางใจเธอ จึงติดต่อตระกูลลู่ในอีกหลายปีให้หลัง ขอให้พวกเขาช่วยดูแลเธอเด็กกำพร้าคนนี้
ส่วนคุณปู่ลู่ตัดสินใจทันที พอเธอเรียนจบก็ยกให้แต่งกับลู่เจี้ยนเซิน
ตอนนั้น ลู่เจี้ยนเซินพูดว่า “ผมแต่งกับคุณได้ แต่ใจของผมมีคนอื่นอยู่แล้ว ชีวิตสมรสเรามีกำหนดสามปี ครบสามปีแล้วคุณเป็นคนบอกคุณปู่เรื่องหย่า เราต่างไปใช้ชีวิตของตัวเอง”
เธอเก็บงำความขมขื่น ปิดบังความรักทั้งหมด
ตอบเขาอย่างเรียบเฉย “ฉันรู้ค่ะ ฉันก็มีใครบางคนในใจเหมือนกัน พอถึงกำหนดแต่งงาน ฉันจะรักษาสัญญาและจากไปเอง”
หลังแต่งงาน เขาทำหน้าที่สามีทุกประการ
รักเธอ ทะนุถนอมเธอ ปกป้องเธอ ปฏิบัติต่อเธออย่างดียิ่ง
เพื่อนรอบข้างใครบ้างไม่รู้ ว่าเธอคือดวงใจของลู่เจี้ยนเซิน ไข่มุกในอุ้งมือ หากผู้ใดทำให้เธอไม่พอใจล่ะก็ จากสวรรค์ตกสู่นรกในพริบตา ทุกคนอิจฉาเธอที่ได้แต่งกับผู้ชายดี ๆ สามีที่ดีเช่นนี้
แต่ทว่า มีเพียงหนานซีเท่านั้นที่รู้ ชีวิตสมรสของพวกเขาไม่ใช่ความรักเลย เป็นเพียงสัญญาหนึ่งฉบับ
ผู้ชายคนนี้มอบสิ่งดี ๆ ให้เธอทั้งหมด ล้วนไม่เกี่ยวกับความรัก เพียงทำตามหน้าที่เท่านั้น หากจะว่ามีรักจริง เขารักเพียงเรือนร่างของเธอ หลงใหลทะนุถนอมราวต้องมนต์สะกด
เดิมตกลงกันสามปี แต่ตอนนี้หญิงที่เขาเก็บไว้ในก้นบึ้งหัวใจกลับมาแล้ว เธอก็ควรหลีกทางให้
หนานซีก้มลง หยิบ “สัญญาหย่า” บนโต๊ะ
เธอไร้ความอยากอาหารแล้ว กำลังจะกลับห้อง จู่ ๆ ลู่เจี้ยนเซินก็ร้อนใจดึงเนกไท เรียกเธอไว้
“ตอนคุณบอกหย่า คุณปู่ต้องถามเหตุผลแน่ ตอนแต่งงานคุณบอกว่ามีคนที่ชอบมาหลายปีไม่ใช่หรือ? ตอนนี้ผมคืนอิสระให้ คุณจะได้ไปตามหาเขา ไล่ตามความสุขของตัวเอง คำตอบนี้ คุณปู่แม้ไม่เห็นด้วยก็ยากจะปฏิเสธ”
หนานซีผงกหัว “อืม ฉันจะบอกคุณปู่อย่างนั้น”
พูดจบ เธอร้อนรนอยากกลับ หากอยู่อีกต่อไป เธอเกรงว่าตัวเองจะเสียใจภายหลัง แล้วบอกเขาว่า ลู่เจี้ยนเซิน ฉันไม่หย่า
ลู่เจี้ยนเซินยื่นมือออกมากะทันหัน หนานซีกลัวของในมือถูกเขาเห็น จึงถอยกรูด
ลู่เจี้ยนเซินยิ่งเป็นห่วง จงใจจับมือเธอไว้ “หน้าตาทำไมซีดเซียวอย่างนี้? ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?”
“เปล่า” หนานซีรีบสะบัดมือออก
“เป็นสามีภรรยากันสองปี คุณคิดว่าผมดูไม่ออกหรือว่าคุณโกหก?” ลู่เจี้ยนเซินดวงตาล้ำลึก
หนานซีจนใจต้องยอมจำนน “ไม่มีอะไรมาก แค่ปวดประจำเดือนน่ะ”
“เดี๋ยวพักผ่อนดี ๆ”
พูดจบ ลู่เจี้ยนเซินเหลือบเห็นมือขวาที่เธอกำแน่น ถามเสียงต่ำ “ในมือถืออะไรอยู่? กำแน่นเชียว”
หนานซีโยนทิ้งลงถังขยะราวกับมันฝรั่งลวกมือ ฝืนยิ้มบาง ๆ “ไม่มีอะไร เป็นขยะน่ะ กำไว้ในมือตลอด จนลืมทิ้ง”
เขาไม่มีทางรู้เลย ว่าหัวใจเธอเจ็บปวดเพียงไหน
ราวมีคนถือขวาน ฟาดฟันผ่าใจเธอออกเป็นสองซีก เลือดสด ๆ หยดติ๋ง ๆ เนื้อหลุดรุ่ย
แต่ละเสี้ยวยังมีเลือดไหล เธอประคองหัวใจที่แตกสลายดวงนั้น รู้สึกเจ็บปวดเกินกว่าจะทนมีชีวิตอยู่
“เจี้ยนเซิน ลู่เจี้ยนเซิน...” หนานซีพึมพำในใจ “ชีวิตคู่ที่ดี ๆ ทำไมถึงเลิกร้างเช่นนี้?”
ตอนนั้นที่แต่งกับเขา เธอเกือบจะทุ่มหมดหน้าตักด้วยความกล้า
แต่การจากลาครั้งนี้ กลับรวดเร็วและอ้างว้างเกินไป
“หนานซี สาวน้อยโง่เอ๋ย สุดท้ายเธอก็พนันแพ้ เขาไม่รักเธอเลย แม้แต่น้อย”
เห็นร่างเธอค่อนข้างอ่อนแรง เดินโซเซ ลู่เจี้ยนเซินไม่ทันคิดก็อุ้มเธอขึ้น
หนานซีตะลึงงัน รีบพูด “ปล่อยฉันนะ ฉันเดินเองได้”
“อ่อนเพลียถึงเพียงนี้แล้ว อย่าฝืนเลย”
ลู่เจี้ยนเซินอ่อนโยนมีเสน่ห์ เสียงทุ้มต่ำเย้ายวนดังข้างหูเธอ
เสียงนี้เอง ที่ทำให้เธอได้ยินมาตลอดสองปีเต็ม ทั้งยังหลงใหลไปสองปี แต่ตอนนี้เขาจะถอนตัวจากไปในทันใด
หนานซีกะพริบตา สุดท้ายก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่
ลู่เจี้ยนเซินหยอกเธอ “ไม่ใช่เด็กสาวแล้วนะ ยังร้องไห้เพราะประจำเดือนอีก ไม่ต้องร้องแล้ว เดี๋ยวผมจะตามหมอมาตรวจให้”
“ฉันไม่ได้ร้อง” หนานซีพูดอย่างดื้อรั้น
เขา ไอ้คนทึ่ม คนอย่างเขา
เขาไม่มีทางรู้เลยว่าเธอร้องไห้เพราะอะไร
“เอาล่ะ ๆ ไม่ได้ร้องก็ไม่ได้ร้อง!” ลู่เจี้ยนเซินยอมตาม
“บอกผมได้ไหม เขาคือใคร?” ทันใดนั้นเขาถามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
หนานซีงุนงง “เขา?”
“ก็บอกว่ามีผู้ชายที่รักมาหลายปีไม่ใช่หรือ? ผมอยากรู้ ใครกันที่โชคดี ได้ให้คุณคิดถึงมาเนิ่นนาน” ลู่เจี้ยนเซินกล่าว
(ป.ล. เรียนท่านผู้อ่านทุกท่าน นิยายเรื่องใหม่ของฉีชี “คนรักแสนรัก ท่านมู่หลงใหลงอให้เธอ” เปิดตัวแล้วที่ชีเหมา หวังว่าทุกท่านจะร่วมสนับสนุนนะคะ!)