พอคิดได้แบบนั้น เธอก็นั่งไม่ติด อุ้มลูกสาวเดินออกไปทันที
ต่อให้ฉินฮ่าวจะเหลวไหลแค่ไหน เขาก็ยังเป็นหัวหน้าครอบครัว!
เมื่อคืนเขาไปทำร้ายหลิวเหล่าซาน ถ้าพวกนั้นดักเขาระหว่างทางกลางดึกแล้วทำอะไรเขาขึ้นมา...
เธอไม่กล้าคิดต่อ ฝีเท้าจึงยิ่งเร่งเร็วขึ้นเรื่อย ๆ
ถังถังถูกอุ้มอยู่ในอ้อมแขน ศีรษะเล็ก ๆ โยกขึ้นลง ดวงตากลมโตมองคางที่เกร็งแน่นของแม่ ก่อนจะถามเสียงเบา
“แม่ เราจะไปไหนกันเหรอ?”
“ไปหาพ่อ”
“พ่อเหรอ?” ดวงตาถังถังเป็นประกายขึ้นมาทันที “พ่อกลับจากไปหาของทะเลแล้วเหรอ? พ่อจะซื้ออมยิ้มมาฝากถังถังไหม?”
เฉินหว่านซิงไม่ได้ตอบ และเธอก็ตอบไม่ได้ด้วย
แต่พอเดินพ้นต้นไหวเก่าแก่ตรงปากหมู่บ้านมา เธอก็หยุดกึกทันที
มีคนสามคนเดินสวนมา
ฉินฮ่าวเดินนำอยู่ข้างหน้า มือทั้งสองข้างหิ้วข้าวของพะรุงพะรัง ใบหน้ายังมีรอยยิ้ม
หวังเยว่อิงเดินตามอยู่ข้าง ๆ ฝีเท้ากระฉับกระเฉงจนดูไม่เหมือนคนอายุสี่สิบกว่า
ส่วนฉินโส่วอี้เดินรั้งท้าย แบกคานหาบไว้บนบ่า มีถังไม้ห้อยอยู่สองข้าง เขาเดินตามมาเงียบ ๆ แต่ตรงมุมปากกลับยกขึ้นเล็กน้อย
ทั้งสามคนต่างยิ้มแย้มกันทุกคน
เฉินหว่านซิงยืนนิ่งอยู่กับที่ ความหวาดหวั่นที่ค้างคามาตลอดเช้าพลันคลายลง
ฉินฮ่าวเห็นเธอเช่นกัน
เขาชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะรีบเดินเข้ามาหา
พอเข้าใกล้ เขาถึงเห็นว่าผมของเฉินหว่านซิงยุ่งเหยิงเพราะวิ่งมา หน้าผากมีเหงื่อผุดซึมเต็มไปหมด เห็นชัดว่าเธอวิ่งมาจากไหนสักแห่ง ใจเขาพลันบีบรัด
