พอคำพูดนี้หลุดออกมา ซูเจียวกับจ้าวหยวนยังไม่ทันมีปฏิกิริยาอะไร แต่เจ้าจื้อกลับใจหายวาบ สีหน้าเผยความตื่นตระหนกเล็กน้อย
กุมอำนาจทหาร?
เขาเนี่ยนะจะกุมอำนาจทหาร?
ล้อเล่นอะไรกัน!
ใครไม่รู้บ้างว่าอำนาจทหารสำหรับจ้าวหยวนแล้ว เป็นสิ่งที่สลักฝังอยู่ในกระดูก และไม่มีทางยอมให้ใครเข้ามาแตะต้องเด็ดขาด
แม้แต่ลูกชายอย่างเขาก็ไม่ได้
เจ้าจื้อเม้มปาก มองจ้าวหยวนอย่างเป็นกังวล ในใจร่างคำแก้ตัวเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว
แต่จ้าวหยวนกลับไม่ได้แสดงท่าทีเดือดดาลอย่างที่เขาคิด
เขาเพียงยกนิ้วขึ้นเล็กน้อย วางลงบนเข่าแล้วเคาะเบา ๆ “ราชครูพูดถูกแล้ว”
ถึงเวลาส่งรัชทายาทเข้าค่ายทหารไปฝึกฝนสักหน่อยแล้ว
“รัชทายาท พรุ่งนี้ไปหาท่านแม่ทัพตงเฉวียนที่ค่ายใหญ่ตะวันออก แล้วอยู่ที่นั่นสักครึ่งปีก่อนค่อยว่ากัน”
“หา?”
คราวนี้เจ้าจื้อถึงกับอึ้งไปจริง ๆ
ค่ายใหญ่ตะวันออกเป็นที่รวมของทหารสนิทของจ้าวหยวน ให้เขาไปอยู่ที่นั่น...จะเหมาะหรือ?
แต่จ้าวหยวนกลับไม่มองเขา หันไปพูดคุยกับซูเจียวต่อ
ด้วยเหตุนี้ เจ้าจื้อจึงถูกส่งเข้าค่ายใหญ่ตะวันออกไปโดยตรง
การกระทำของจ้าวหยวนทำให้เหล่าขุนนางอดคิดฟุ้งซ่านไม่ได้ว่า เขากำลังจะตายหรือเปล่า ถึงได้ปูทางให้เจ้าจื้อขึ้นครองบัลลังก์?
แต่ดูแล้วก็ไม่เหมือนนะ
ใบหน้าของจ้าวหยวนดูราวกับอายุยี่สิบสามสิบ อย่างน้อยก็น่าจะมีชีวิตอยู่ได้อีกสามสิบปี
หรือว่า...จ้าวหยวนกำลังทดสอบพวกเขา อยากรู้ว่ามีใครคิดไม่ซื่อและจะอดใจไม่ไหวไปเข้าหาเจ้าจื้อหรือไม่?
พอคิดได้เช่นนี้ ทุกคนก็ยิ่งไม่กล้าขยับตัว
เวลาผ่านไปสองเดือนท่ามกลางบรรยากาศประหลาดเช่นนี้
พิธีสถาปนาที่จ้าวหยวนสั่งให้ฝ่ายพิธีการจัดเตรียมไว้ให้ซูเจียวก็มาถึง!
