จ้าวหยวนมองฝ่ามือที่ว่างเปล่าด้วยความตะลึง ก่อนจะมองไปยังจุดที่เงาร่างนั้นหายลับไป เขานิ่งงันอยู่นานจนพูดอะไรไม่ออก
ซูเจียวยิ้มพลางตบหลังมือเขาเบา ๆ “จื่ออาน”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จ้าวหยวนจึงค่อย ๆ หันไปหาซูเจียว ดวงตาเต็มไปด้วยความสับสนและไม่รู้จะทำอย่างไร
“ย่า...ย่าหลวง?”
“อืม”
เป็นไปได้อย่างไรกัน?
ย่าหลวงของเขาสิ้นพระชนม์ไปตั้งหลายปีแล้ว!
บนโลกนี้มีคนที่คืนชีพโดยใช้ร่างของคนอื่นได้จริงหรือ?!
จ้าวหยวนรู้สึกราวกับสมองที่เคยเฉียบแหลมและเด็ดขาดของตนกลายเป็นก้อนแป้งเปียกในตอนนี้ คิดอะไรก็ไม่เข้าใจ แม้กระทั่ง...
แม้แต่ลึก ๆ ในใจ เขาก็ไม่อยากคิดให้เข้าใจด้วยซ้ำ
หลังย่าหลวงสิ้นพระชนม์ ก็เหลือเพียงเขากับฮองเฮาผู้เป็นคู่ชีวิตตั้งแต่วัยเยาว์คอยพึ่งพากัน ทว่าฮองเฮาก็จากไปแต่เนิ่น ๆ สุดท้ายจึงเหลือเขาเพียงลำพังในโลกนี้
บรรดาลูก ๆ ของเขา ไม่มีใครเกิดจากฮองเฮา
แม้แต่รัชทายาทก็ไม่ใช่
ในใจจ้าวหยวนไม่เคยมองพวกเขาเป็นครอบครัวเดียวกัน
การปรากฏตัวของซูเจียวในฐานะย่าหลวง มอบที่พักพิงอันอบอุ่นให้แก่หัวใจที่ล่องลอยมาหลายปีของจ้าวหยวน ความเคลือบแคลงในใจเขาสั่นคลอนจนแทบพังทลาย
เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นรอยนิ้วแดงจาง ๆ บนลำคอของซูเจียว ร่างจ้าวหยวนก็โงนเงน เขาเซถลาไปก้าวหนึ่งก่อนจะคุกเข่าลงตรงหน้านาง “ย่าหลวง...”
เขาทำร้ายย่าหลวงเข้าแล้ว!
ดวงตาของจ้าวหยวนเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและกระวนกระวาย
ซูเจียวก้มมองเขา
หมอนี่คุกเข่าแล้วก็ยังสูงเกินเหตุอยู่ดี
คิดพลางยื่นมือไปขยี้ศีรษะจ้าวหยวน มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
