“ฮัลโหล พี่ซุนคะ ฉันจำได้ว่าร้านข้าง ๆ ก็เป็นของพี่ใช่ไหมคะ เห็นว่าว่างอยู่ ให้ฉันเช่าควบไปด้วยได้ไหม”
ซูเจียวถามเสียงนุ่ม
“ธุรกิจไปได้สวยนี่ ขยายกิจการแล้วเหรอ”
เสียงผู้หญิงที่ฟังดูผ่านร้อนผ่านหนาวมาบ้างดังมาจากปลายสาย “คุณเช่าร้านตรงไหนนะ ฉันมีร้านอยู่ในมือหลายร้านจนจำไม่ได้แล้ว”
“แถวถนนหลงอาน เขตกว่างซิ่งค่ะ”
“อ๋อ ๆ~”
พอซูเจียวเตือน พี่ซุนก็นึกออก “ร้านข้าง ๆ ว่างอยู่จริง ๆ ให้คุณเช่าไม่มีปัญหา เดี๋ยวฉันส่งสัญญาให้ทีหลังนะ”
“ถ้าซื้อล่ะคะ ประมาณเท่าไร”
“คุณคิดจะซื้อเหรอ ทำเลตรงนั้นดี ราคาก็ไม่ถูกนะ ถ้าเป็นคุณ...ฉันคิดเป็นตัวเลขกลม ๆ ให้ก็แล้วกัน สิบห้าล้าน เอาไหม”
สิบห้าล้าน!
ซูเจียวเงียบไปครู่หนึ่ง
แพงก็จริง แต่ก็ไม่ถึงกับแพงเกินไป ร้านในทำเลแบบนั้นราคาสิบกว่าล้านเป็นเรื่องปกติ
พี่ซุนเจ้าของร้านไม่ได้ตั้งราคาเอาเปรียบเธอ
แต่สำหรับเจ้าของร่างเดิมแล้ว ราคานี้ยังเกินกำลังในตอนนี้
“ฉันแค่ถามดูน่ะค่ะ ตอนนี้จะเอาเงินที่ไหนไปซื้อไหว”
ซูเจียวหยอกล้อพี่ซุนอยู่สองสามคำ แล้วนัดให้พี่ซุนหาเวลามาทำทรีตเมนต์เสริมความงาม ก่อนจะวางสายไป
จากนั้นเธอก็นั่งคำนวณเงินทุนของเจ้าของร่างเดิม
ถ้าไม่นับอสังหาริมทรัพย์ เงินทั้งหมดรวมกันก็มีแค่ประมาณสองล้าน สำหรับครอบครัวทั่วไปนับว่าไม่น้อยแล้ว
แต่ยังมีค่าแต่งร้าน ค่าแรงพนักงาน ค่าจัดกิจกรรม...
ค่าไหนบ้างที่ไม่ต้องใช้เงิน
ดีที่ซูเจียวไม่รีบร้อน เรื่องขยายกิจการแบบนี้ต้องใช้เวลาอยู่แล้ว
