ลูกหลานตระกูลอันกว่าร้อยคนถกเถียงกันเสียงดังจนไม่มีใครยอมใคร
อันไป่หยวนไม่เคยเห็นภาพแบบนี้มาก่อนเลย ช่างเป็นสงครามภายในที่ชุลมุนวุ่นวายจริง ๆ แต่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้าหมาน้อยผู้มีความสุขอย่างเขาสักหน่อย เขาจึงนั่งดูเรื่องสนุกอยู่ตลอด มองภาพตรงหน้าด้วยแววตาตื่นตะลึง ครึกครื้นสุด ๆ ไปเลย
ลู่เฉิงอวิ๋นไม่ได้ห้ามปราม เพียงนั่งรอให้พวกเขาทะเลาะกัน ปล่อยให้คนในตระกูลสู้กันเองก่อนสักยก
อันไป่หยวนแอบขยับเข้าไปใกล้เทียนเทียน ก่อนยกนิ้วโป้งให้หร่วนอวี้ แล้วกระซิบว่า “คุณเก่งจริง ๆ คนเดียวก็ปั่นป่วนตระกูลอันของเราจนพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้แล้ว ผมไม่เคยเห็นการประชุมตระกูลที่วุ่นวายขนาดนี้มาก่อนเลย”
หร่วนอวี้ยังไม่ทันตอบ เทียนเทียนก็ส่งเสียงฮึดฮัดใส่เขาอย่างแรง เจ้าตัวน้อยแต่งตัวเหมือนก้อนแป้งข้าวเหนียว แม้แต่เสียงฮึดฮัดตอนโกรธก็ยังน่ารักจนคนอดเอ็นดูไม่ได้
อันไป่หยวนคึกคักขึ้นมาทันที เขาหยอกเธอเล่น “หนูก็ชอบสีชมพูเหรอ? ตาถึงนี่นา! พอปีใหม่ผ่านไป อาเล็กจะพาหนูไปย้อมผม เรามาย้อมสีชมพูซากุระด้วยกันนะ”
หร่วนอวี้มองผมดำที่เขาถูกบังคับให้ย้อมกลับมา แล้วอดหัวเราะไม่ได้ “คุณนี่ตลกจริง ๆ ในแต่ละปีได้ย้อมผมดำอยู่แค่สองวันเองใช่ไหม?”
อันไป่หยวนเกาศีรษะพลางตอบว่า “ช่วยไม่ได้นี่ ที่บ้านคุมเข้มเกินไป แต่ดูท่าทางพี่ชายผมแล้ว คงจะปฏิรูปครั้งใหญ่ พวกคุณต้องพยายามกันให้มากนะ จะได้ทำให้ปีหน้าผมไปไหนมาไหนทั้งที่ผมสีชมพูได้ พี่สะใภ้”
ตอนแรกเขาก็ต่อต้านที่หร่วนอวี้คบกับลู่เฉิงอวิ๋น เพราะกลัวว่าหร่วนอวี้จะเป็นตัวถ่วงของลู่เฉิงอวิ๋น กระทั่งวันที่เขากับคุณปู่ขับไล่หร่วนอวี้ไป คุณปู่สั่งให้คนไปทุบห้องเด็กของพวกเขา ตอนที่อันไป่หยวนเข้าไปขัดขวาง เขาถึงได้ตระหนักขึ้นมาว่าที่ผ่านมาพวกเขาทำแต่เรื่องไร้มนุษยธรรม
