ฮั่วหมิงซานหยิบผ้าปูที่นอนกับปลอกผ้านวมสะอาดมาเปลี่ยน เตียงแคบ ๆ ถูกจัดไว้อย่างเรียบร้อย ผ้าห่มพับเป็นสี่เหลี่ยมวางอยู่ปลายเตียง มุมทั้งสี่คมกริบ
แม้ต้วนหานเยว่จะยังรู้สึกไม่ถูกใจอยู่บ้าง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
อย่างไรเสีย สภาพก็เป็นแบบนี้
ถ้าเธอยังเลือกมากอีก ก็เท่ากับหาเรื่องลำบากให้ตัวเองกับฮั่วหมิงซาน
“ดื่มน้ำหน่อยไหม” ฮั่วหมิงซานเลื่อนแก้วไปตรงหน้าต้วนหานเยว่ “ยังไม่สบายอยู่ไหม หิวหรือเปล่า เดี๋ยวฉันไปซื้อข้าวมาให้ไหม”
“ไม่ค่อยอยากกินน่ะ” ต้วนหานเยว่จิบน้ำแล้วส่ายหน้าเบา ๆ
ได้เงินมาหลายหยวนจากตาแก่จอมก่อเรื่องคนนั้น ตอนนี้เธออารมณ์ดีไม่น้อย จึงเท้าแขนพิงขอบหน้าต่างรถ มองออกไปข้างนอก
ชาติก่อนเวลาเดินทาง เธอไม่ขึ้นรถไฟความเร็วสูงก็ขึ้นเครื่องบิน นี่เป็นครั้งแรกที่ได้นั่งรถไฟขบวนสีเขียว
“นั่งรถไฟครั้งแรกเหรอ” เมื่อเห็นดวงตากลมโตฉ่ำน้ำของเธอเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น มุมปากของฮั่วหมิงซานก็ยกขึ้นเล็กน้อย
ต้วนหานเยว่ไม่ได้หันกลับมา เพียงขานรับเบา ๆ สายตายังคงมองแนวเทือกเขาที่ทอดตัวขึ้นลงนอกหน้าต่างไม่กะพริบ “สถานีต่อไปที่ไหนเหรอ”
ฮั่วหมิงซานคิดอยู่ครู่หนึ่ง น้ำเสียงฟังดูไม่ค่อยแน่ใจ “น่าจะเป็นหมางซาน”
หมางซานเหรอ
ต้วนหานเยว่เรียนประวัติศาสตร์ได้ไม่ค่อยดีนัก จำได้เลือนรางเพียงว่าหมางซานเป็นที่ฝังพระศพของจักรพรรดิโบราณหลายพระองค์ แถวนั้นมีสุสานอยู่มากมาย
เธอยื่นหน้าออกไปมองอีกครู่ เห็นยอดเขาทอดต่อกันไปสุดสายตา จึงถอนสายตากลับมาอย่างผิดหวังเล็กน้อย
