สีหน้าของฮั่วหมิงซานย่ำแย่อย่างยิ่ง ทั่วร่างแผ่ไอเย็นเยียบ
สมบัติล้ำค่าของชาติจะตกไปอยู่ในมือคนนอกไม่ได้เด็ดขาด
เมื่อตัดสินใจแน่วแน่แล้ว เขาก็ยกมือประคองแก้มนุ่มนิ่มมีเนื้อของคนในอ้อมแขน ก่อนก้มหน้าลงสบตาเธออย่างอ่อนโยนและตั้งใจ “ตอนนี้ผมจะไปตามตำรวจรถไฟกับนายสถานี คุณรอผมอยู่ตรงนี้ได้ไหม?”
ต้วนหานเยว่ไม่อยากอยู่ที่นี่คนเดียว
แต่เธอก็เข้าใจว่าสิ่งใดสำคัญเร่งด่วนกว่า จึงค่อย ๆ คลายมือ “ไปเถอะค่ะ”
“ดูสองผัวเมียคู่นี้สิ แค่ต้องแยกกัน ทำอย่างกับจะจากเป็นจากตายแน่ะ”
หม่าเชุ่ยเหลียนไม่รู้ว่าตื่นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไร เธอปิดปากหัวเราะให้ทั้งสองคน “จะไปไหนก็ไปเถอะ วางใจได้ พี่จะช่วยดูเมียเธอให้ รับรองว่าปลอดภัยดี ไม่มีแม้แต่เส้นผมร่วงสักเส้น”
“ขอบคุณครับ”
ฮั่วหมิงซานดันต้วนหานเยว่ไปทางหม่าเชุ่ยเหลียนเล็กน้อย ก่อนลุกขึ้นเดินฉับ ๆ ออกจากห้องกั้นโดยไม่ลังเลอีก
เขาขยับตัวรวดเร็วคล่องแคล่ว ชายเสื้อพลิ้วไหวจนเกิดลมวูบ ๆ ตามมา
ไฟสีขาวเหนือศีรษะสว่างขึ้น
หม่าเชุ่ยเหลียนมองใบหน้าซีดเซียวของต้วนหานเยว่แล้วจับมือเธอไว้ด้วยความสงสาร
“มีเรื่องอะไรถึงได้รีบร้อนขนาดนั้น ดูมือเย็นเฉียบไปหมด สามีเธอคงไปหาน้ำร้อนมาให้สินะ?”
ต้วนหานเยว่ปล่อยให้จับมือ ไม่ได้ตอบอะไร
หม่าเชุ่ยเหลียนเข้าใจไปเองว่าเธอไม่อยากแยกจากฮั่วหมิงซาน จึงลูบศีรษะเธออย่างเอ็นดูแล้วปลอบว่า “สามีเธอดูตัวสูงใหญ่ แถมยังดีกับเธอ ต่อไปเธอก็มีความสุขสบายไปตลอดแล้วล่ะ”
พูดจบเห็นต้วนหานเยว่ยังก้มหน้าอยู่ เธอจึงอุ้มเด็กที่อยู่ด้านในมายัดใส่อ้อมแขน
