เดิมทีต้วนหานเยว่บอกว่าไม่กิน แต่พออาหารยกมา เธอกลับเริ่มเจริญอาหารขึ้นมาเล็กน้อย
ฮั่วหมิงซานลวกชามกับตะเกียบให้เธอ ตักน้ำแกงหวานให้ครึ่งชาม ต้วนหานเยว่ค่อย ๆ จิบทีละนิด สายตาทอดไปยังโจวเหวินที่อยู่ไกลออกไป
เธอเชิดคางไปทางหม่าเชุ่ยเหลียน ก่อนจะคว้ามือที่ฮั่วหมิงซานกำลังคีบอาหารให้ แล้วส่งสัญญาณให้ทั้งคู่มองไปทางนั้น
“คู่ดูตัวตัวจริงของโจวเหวินมาแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นสาวบ้านไหน ช่างโชคร้ายจริง ๆ”
ต้วนหานเยว่เห็นใจหญิงสาวคนนั้นจากใจจริง
โจวเหวินทั้งธรรมดาแถมยังหลงตัวเอง หน้าตาก็ขี้เหร่แต่กลับคิดฝันเสียเลิศเลอ ตกไปเจอผู้ชายแบบเขา น่ากลัวยิ่งกว่าถูกหวยเสียอีก
ฮั่วหมิงซานไม่ได้เงยหน้า มีเพียงหม่าเชุ่ยเหลียนที่หันไปมองแวบหนึ่ง
เธอถอนใจเบา ๆ แล้วกล่าวว่า “ในกองทัพยังมีคนแบบนี้ด้วยหรือ”
“อาชีพไม่ได้บอกนิสัยคนหรอก”
ต้วนหานเยว่ส่ายหน้าไปมา ก่อนเตะขาฮั่วหมิงซานใต้โต๊ะเบา ๆ “คุณว่าใช่ไหม ฮั่วหมิงซาน”
“ใช่”
ฮั่วหมิงซานพยักหน้าคล้อยตาม
หม่าเชุ่ยเหลียนเงยหน้าขึ้น พอเห็นใบหน้าของทั้งคู่ที่งดงามเหมาะสมกัน แล้วยังได้ยินทั้งสองรับส่งคำพูดกันอย่างเข้าขา รอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้า
เมื่อนึกถึงใบหน้าของโจวเหวินที่ยังห่างไกลจากคำว่าหล่อเหลาอยู่มาก เธอก็ส่ายหน้าเบา ๆ
ไม่รู้เหมือนกันว่าโจวเหวินไปคิดได้อย่างไรว่าเสี่ยวต้วนจะชอบเขา
หลังจากกินเสร็จ ทั้งสามก็เดินออกไป
พอเดินผ่านโต๊ะของโจวเหวิน ต้วนหานเยว่เหลือบมองบนโต๊ะ ซึ่งว่างเปล่าไม่เหลืออะไร ราวกับฝูงตั๊กแตนเพิ่งบินผ่าน
