บทที่ 17 ไปกินข้าวกันก่อน
ต้วนหานเยว่กับฮั่วหมิงซานมาถึงสถานีตอนเที่ยง ตอนออกจากสถานี กวนจิ่งเทียนช่วยพวกเธอหิ้วสัมภาระ แล้วเดินไปส่งจนถึงรถ
วันนี้อากาศนับว่าดีทีเดียว ดวงอาทิตย์ลอยสูงส่องแสงสีทองอร่ามไปทั่ว
พอออกจากสถานี ต้วนหานเยว่ก็กระโดดเหยาะ ๆ อยู่กับที่สองสามครั้ง สูดอากาศสดชื่นเข้าปอดลึก ๆ สองที รู้สึกว่าตัวเองกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
ฮั่วหมิงซานห้ามเธอไว้ ขมวดคิ้วแน่น “แผลที่คอยังไม่หาย อย่าขยับซี้ซั้ว”
“น้องสาวต้วนยังสาว ยังร่าเริงกระฉับกระเฉงก็เป็นเรื่องปกติค่ะ”
หม่าเชุ่ยเหลียนแขนข้างหนึ่งอุ้มเด็ก อีกข้างหิ้วห่อสัมภาระใบใหญ่พองตุง เธอหิ้วไว้มือเดียว เส้นเลือดบนหลังมือหยาบกร้านปูดโปน เห็นได้ชัดว่าต้องออกแรงมาก
ต้วนหานเยว่ยื่นมือไปช่วย แต่หม่าเชุ่ยเหลียนเบี่ยงตัวหลบ ใบหน้าเหี่ยวย่นผ่านร้อนผ่านหนาวเผยรอยยิ้มซื่อ ๆ จริงใจ
“เธอยังเจ็บอยู่ จะให้ช่วยฉันถือของได้ยังไง”
พูดจบ เธอก็รีบเดินไปข้างหน้า ร่างผอมบางลากสัมภาระใบใหญ่ ดูคล้ายมดที่กำลังขนย้ายรัง
ต้วนหานเยว่ยืนมองอยู่สองวินาที จนฮั่วหมิงซานเร่งเธอ
“พวกเราไปกันเถอะ”
พอออกจากสถานี ฮั่วหมิงซานก็กวาดตามองไปรอบ ๆ ก่อนขมวดคิ้ว สีหน้าเย็นชาลง
“เป็นอะไรไปคะ? ไม่ใช่ว่าบอกว่าจะมีคนมารับพวกเราหรือ?”
ต้วนหานเยว่ขยับไปยืนข้างเขา เขย่งปลายเท้ากวาดตามองไปรอบ ๆ
ด้านนอกสถานีมีผู้คนเดินขวักไขว่ ทั้งคนที่กำลังจะไปขึ้นรถและคนที่เพิ่งออกจากสถานี ต่างเร่งรีบวุ่นวายราวกับกำลังชุลมุนกัน
ไม่เห็นคนสวมเครื่องแบบทหารสีเขียวเลย
