ความคิดวนเวียนอยู่ครู่หนึ่ง แต่ฝีเท้าของทั้งคู่ไม่ได้ชะลอลงเลย ไม่นานก็ถึงเขตเรือนพักหมายเลข 3
ทางเข้าเขตเรือนพักเป็นซุ้มประตูโค้ง มีป้ายไม้แขวนอยู่ บนป้ายสลักอักษรขนาดใหญ่ห้าตัวว่า “เขตเรือนพักครอบครัวทหารประจำฐานทัพ” ตามด้วยเลข 3 ในวงกลม
ต้วนหานเยว่จ้องมองประตูทางเข้าที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของยุคสมัย ดวงตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ถนนเบื้องหน้าเป็นดินอัดแน่น สองข้างทางมีลานบ้านเล็กใหญ่เรียงราย กำแพงล้อมลานทำจากดินเหลือง เต็มไปด้วยบรรยากาศของยุคเก่า
ประตูบ้านส่วนใหญ่เปิดค้างไว้ มองจากด้านนอกเข้าไปก็เห็นแปลงผักในลาน แบ่งเป็นร่องเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบ ใบผักเขียวขจีเป็นเงาวาว ดูมีชีวิตชีวา
“ในลานบ้านของเราก็พอจะเหลือที่ว่างผืนใหญ่ขนาดนี้ได้เหมือนกันไหมคะ?” ต้วนหานเยว่ครุ่นคิด แววตาฉายความลังเลอยู่บ้าง
เธอปลูกผักไม่เป็นหรอก ถ้าต้องลงมือทำสวนจริง ๆ สู้ปลูกดอกไม้ใบหญ้ายังจะถนัดกว่า
“มีสิ” ฮั่วหมิงซานราวกับมองความคิดเล็ก ๆ ของเธอออกหมด “เดี๋ยวฉันจะถางแปลง แล้วไปขอเมล็ดผักจากคุณน้าเซี่ยมาหว่าน เธอช่วยรดน้ำทุกวันได้ไหม?”
“ได้อยู่แล้วค่ะ” แค่รดน้ำเท่านั้นเอง ง่ายนิดเดียว ต้วนหานเยว่ตอบรับอย่างยินดี
เขตเรือนพักหมายเลข 3 ถือเป็นเขตเรือนพักที่สร้างขึ้นก่อนที่สุด ในช่วงสองปีมานี้ กองทัพสร้างตึกขึ้นใหม่อีกหลายหลัง ผู้อยู่อาศัยเก่าส่วนใหญ่ย้ายไปอยู่ที่นั่นแล้ว บ้านเดิมที่มีลานเหล่านี้จึงว่างลงไม่น้อย ตั้งเรียงรายเงียบงัน ดูค่อนข้างวังเวง
