ต้วนหานเยว่ส่ายหน้า “วันนี้เป็นครั้งแรกที่เราเจอกันค่ะ”
“หา?” ผิงซวงมองเธออย่างตกตะลึง “ถ้าอย่างนั้นคุณต้องมีอะไรดี ๆ ที่พวกเราไม่รู้แน่เลย”
“รองผู้บังคับการจูอารมณ์ร้ายมาก ปกติเข้มงวดกับพวกเราสุด ๆ ไหนเลยจะพูดจาอ่อนโยนแบบนี้ แค่ไม่ชี้หน้าด่าว่าเราไม่เอาไหนก็นับว่าบุญแล้ว”
ไม่ใช่แค่ผิงซวงที่ไม่เข้าใจ แม้แต่ต้วนหานเยว่เองก็ไม่รู้ว่าจูอิ๋งชุนคิดจะทำอะไรกันแน่
ต่อให้อีก 800 ปี เธอก็คงนึกไม่ถึงว่าจูอิ๋งชุนตั้งใจแยกเธอกับจูเสวี่ยชิงออกจากกัน เพื่อไม่ให้ทั้งคู่ขัดคอกันจนต้องไปถึงฝ่ายการเมืองอีก
คณะศิลปะมีพื้นที่อยู่แค่นิดเดียว ต้วนหานเยว่เดินตามผิงซวงไปดูรอบ ๆ ไม่นานก็พอจะรู้ผังที่นี่แล้ว
ตอนนี้เพิ่งบ่ายแก่ ๆ เธอยังไม่มีรองเท้าที่เหมาะสม จึงคิดว่าจะกลับบ้านไปก่อน แล้วค่อยมาฝึกใหม่วันจันทร์หน้า
ต้วนหานเยว่กำลังจมอยู่กับความคิด จึงไม่ทันสังเกตว่ามีคนตามหลังมา
“ต้วนหานเยว่!”
เสียงคุ้น ๆ
ต้วนหานเยว่หันกลับไป และก็เห็นหน้าเจียงจือจืออีกจนได้
เธอปวดหัวขึ้นมานิดหน่อย จึงถามว่า “ทำไมเป็นเธออีกแล้วล่ะ?”
“ฉันก็อยากถามเหมือนกัน!” เจียงจือจือดูโกรธยิ่งกว่าเธอ “อยู่ดี ๆ ทำไมถึงเข้าไปอยู่คณะศิลปะได้? เธอคิดจะเอาชนะฉัน แล้วมาแทนที่ฉันใช่ไหม!”
“ฉันไม่ได้ว่างขนาดนั้น” ต้วนหานเยว่จ้องเธอ พลางอธิบายอย่างจริงจัง
เจียงจือจือก็ยังไม่เชื่อ แต่เธอไม่มีโอกาสพูดต่อ
โจวเจวียนเห็นว่าเจียงจือจือตามต้วนหานเยว่ออกมา จึงรีบร้อนวิ่งเข้ามาปิดปากหลานสาวไว้ แล้วก้มตัวขอโทษต้วนหานเยว่ซ้ำ ๆ “ขอโทษนะคะสหายต้วน เดี๋ยวฉันพาจือจือกลับไปเอง อย่าถือสาเธอเลยนะคะ”
