“ทำไมถึงให้เงินฉัน?”
ต้วนหานเยว่คิดว่า ต้วนพ่านพ่านกับต้วนเฮ่อเซวียนสมกับเป็นพี่น้องแท้ ๆ กันจริง ๆ คนหนึ่งให้เงินเธอ อีกคนก็ให้เงินเธอ
“เธอ...ทะเลาะกับพ่อแม่แล้วหนีออกจากบ้าน อยู่ข้างนอกทั้งกินทั้งพักต้องใช้เงินเยอะมากแน่ ๆ”
ต้วนพ่านพ่านพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เธอสวยขนาดนี้ อยู่ข้างนอกคนเดียวไม่ปลอดภัยเลย กลับบ้านเร็ว ๆ เถอะนะ”
พูดจบ เธอก็ยื่นผ้าเช็ดหน้าที่ห่อเงินกับคูปองอยู่ให้ต้วนหานเยว่ใกล้ขึ้นอีกนิด
“ที่นั่นไม่ใช่บ้านฉัน ฉันไม่กลับไปหรอก”
ต้วนหานเยว่จ้องใบหน้าที่แห้งกร้านและเหลืองซีดเพราะแดดลมตรงหน้า ก่อนจะโน้มตัวลงเล็กน้อย เส้นผมลื่นสลวยราวกับสาหร่ายไหลลงตามแนวไหล่บอบบาง ปลิวไหวไปตามสายลม
ต้วนพ่านพ่านได้กลิ่นหอมหวานสดชื่น ปลายหูร้อนผ่าวขึ้นมา เสียงพูดก็ติดขัดเล็กน้อย “เธอกลัวว่ากลับไปแล้วพ่อแม่จะไม่ดีกับเธอหรือเปล่า? ฉันไม่แย่งพวกเขากับเธอหรอก ฉันจะเป็นพี่สาวของเธอ จะรักและปกป้องเธอเหมือนที่พวกเขาทำ!”
คนตรงหน้าพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นราวกับกำลังสาบาน ทั้งที่ตัวเองยังสวมเสื้อผ้าเก่า ๆ ขาดวิ่นแสนซอมซ่อ กลับพูดว่าจะเป็นพี่สาวของเธอ จะปกป้องและรักเธอ
ต้วนหานเยว่เริ่มหงุดหงิด ความขุ่นเคืองพลุ่งขึ้นมาในอก
“ฉันจะพูดกับเธอเป็นครั้งสุดท้ายนะ เรื่องที่ต้วนหงฉีกับเฉาอวิ้นวางยาให้ฉันสลบ แล้วส่งฉันขึ้นเตียงผู้ชาย ฉันไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต ฉันไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของตระกูลต้วนตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ฉันไม่กลับไปหรอก”
“แต่...แต่แม่บอกว่ารู้แล้วว่าตัวเองผิด เธอให้อภัยพวกเขาไม่ได้เหรอ?”
เห็นเธอกำลังจะไป ต้วนพ่านพ่านก็รีบคว้าชายเสื้อไว้
“คนในครอบครัวเดียวกันจะมีเรื่องบาดหมางกันข้ามคืนได้ยังไง? พ่อแม่รักเธอมากนะ ขอแค่เธอกลับไป พวกเขาจะขอโทษและชดเชยให้เธอเอง”
