สีหน้าของเซินซือเหนียนเคร่งขรึมลง ผู้หญิงตรงหน้า ต่อให้กำลังป่วยกระเสาะกระแสะ ก็ยังไม่คิดจะไว้หน้าเขาแม้แต่น้อย
เป็นผู้หญิงตัวคนเดียวอยู่ในถิ่นทุรกันดาร รอบกายมีแต่สิ่งประหลาดสยองเต็มไปหมด ไม่จำเป็นต้องให้ผู้ชายคอยดูแลหรือไง?
ไม่กลัวหรือว่าถ้าตายไป ศพจะถูกสิ่งประหลาดสยองพวกนั้นกินจนเกลี้ยง?
ทุกครั้งที่เซินซือเหนียนคุยกับซูชิงอวี๋ เขามักจะถูกตอกกลับจนหน้าหงาย
คุยกันไม่รู้เรื่อง ต่อให้พูดอีกครึ่งคำก็เปล่าประโยชน์ เห็นจะเป็นเช่นนั้น
ลองคิดดูสิ เขาเซินซือเหนียน ทั้งหน้าตาและฐานะก็มีพร้อม ไม่ใช่รปภ.กระจอก ๆ ที่ต้องตื่นเช้ากลับดึกคนนั้นอีกแล้ว ตอนนี้เขาคือเขยขวัญของตระกูลลั่ว แถมยังติดอันดับสิบอันดับแรกบนทำเนียบฟ้า
ในสามองค์กรใหญ่ ล้วนมีคนที่เขารู้จัก
ยามออกไปข้างนอก เขามักเป็นจุดสนใจของผู้คนเสมอ
ใครเห็นก็ต้องเรียกเขาว่าคุณชายเซินด้วยความเคารพ
แต่ซูชิงอวี๋กลับวางตัวห่างเหินราวกับอยู่คนละฟากฟ้า ทำท่าไม่สนใจเขาเลยสักนิด ตอนแรกเซินซือเหนียนคิดว่าซูชิงอวี๋กำลังเล่นเกมยั่วให้เขาติดกับ แต่หลังจากปะทะกันหลายครั้ง เขาถึงรู้ว่าเธอไม่ได้สนใจเขาจริง ๆ
แปลกคนชะมัด
“ไสหัวไปซะ ยืนทื่ออยู่ตรงนั้นเหมือนตอไม้ทำไม” ซูชิงอวี๋คลานไปข้างเตียง หยิบรองเท้าข้างหนึ่งขว้างใส่ประตู “น่ารำคาญจริง ๆ ประตูยังมีลมรั่วเข้ามาอีก”
เซินซือเหนียงอศีรษะหลบรองเท้าที่ลอยมา “เห็นแก่ที่คุณป่วย ผมจะไม่ถือสาแล้วกัน”
เซินซือเหนียนมักใจกว้างกับผู้หญิงเป็นพิเศษ
ในสายตาเขา ผู้หญิงที่หยิ่งทะนงและถือตัว ย่อมมีค่าควรแก่การทะนุถนอม
